วัฒธรรมและประเพณี

..๒  ด้านวัฒนธรรม  และประเพณี
                      -  งานนมัสการองค์พระธาตุเชิงชุม  จัดขึ้นในวันขึ้น  ๙  ค่ำถึง ๑๕ ค่ำ  เดือนยี่             ของทุกปี  จังหวัดสกลนครได้จัดให้มีงานสมโภช องค์พระธาตุเชิงชุม ที่ยิ่งใหญ่เป็นประจำตามอุรังคนิทาน  กล่าวว่า  วัดพระธาตุเชิงชุม  เป็นสถานที่พระพุทธเจ้าเคยเสด็จมาโปรดชาวเมืองหนองหารหลวง  และกล่าวว่าบริเวณนี้เป็นที่ประทับรอยพระบาทของพระพุทธเจ้า ๔ พระองค์ คือ  พระพุทธเจ้าทรงพระนามว่ากุกสันโธ  โกนาคมโน  กัสสะโป  และโคตมะ  ซึ่งก่อนจะเสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน ต้องไปประทับรอยพระบาทไว้ทุกพระองค์  อย่างไรก็ตาม  จากหลักฐานเสมาหินที่พบอยู่รอบ ๆ วัดพระธาตุเชิงชุม  และหลักฐานแท่นบูชารูปเคารพ  ตลอดจนศิลาจารึกตัวอักษรขอมในพุทธศตวรรษที่  ๑๕  -  ๑๖   ซึ่งอยู่ติดผนังทางเข้าภายในอุโมงค์พระธาตุเชิงชุม (ชั้นใน )  ซึ่งก่อเป็นพระธาตุหรือสถูปขนาดเล็ก  หลักฐานเหล่านี้บ่งบอกว่า บริเวณวัดพระธาตุเชิงชุมได้มีชุมชนเกิดขึ้นต่อเนื่องกันมา  โดยเฉพาะศิลาจารึกที่กรอบประตูทางเข้าปรางค์ขอมหรือสถูป  ซึ่งมีความกว้าง  ๔๙  เซนติเมตร  ยาว  ๕๒  เซนติเมตร เขียนเป็นตัวอักษรขอมโบราณ  องค์พระธาตุเชิงชุม เป็นเจดีย์มีลักษณะรูปปลียอดเหลี่ยมแบบลาวภายในทำด้วยศิลาแลงก่อขึ้นเป็นรูปเจดีย์ มีซุ้มประตูปิด เปิดทั้ง ๔ ด้าน แต่มีประตูที่ใช้ได้เพียงประตูเดียว คือประตูทางทิศตะวันออก
                      -   งานประเพณีออกพรรษาแห่ปราสาทผึ้งและแข่งขันเรือยาวชิงถ้วยพระราชทานฯ  กำหนดจัดงานแห่ปราสาทผึ้ง ในวันขึ้น  ๑๕  ค่ำ  เดือน ๑๑  ของทุกปี  และก่อนหน้างานประมาณ  ๕ วัน จะมีการจัดการแข่งขันเรือยาวชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี   และมีการประกวดรำหางนกยูง ในขบวนแห่เรือ  ณ  ริมฝั่งหนองหาร
                    -  งานประเพณีเซิ้งผีโขน  อ.พังโคน  การเซิ้งผีโขนเป็นการเซิ้งในงานประเพณีบุญมหาชาติ  หรือบุญพระเหวด  หรือบุญพระเวสสันดร  ของชาวบ้านไฮหย่อง  ตำบลไฮหย่อง  อำเภอพังโคน  จังหวัดสกลนคร  ซึ่งจัดขึ้นในวันขึ้น  ๑๔ ๑๕ ค่ำ เดือน ๔  ของทุกปี
                    -  งานเทศกาลโส้รำลึก อ.กุสุมาลย์ งานเทศกาลโส้รำลึก  เป็นงานประจำชาวโส้            จัดในวันขึ้น  ๔  ค่ำ เดือน ๓ ของทุกปี ณ บริเวณที่ว่าการอำเภอกุสุมาลย์  การแสดงโส้ทั้งบั้งจะเริ่ม             ในตอนสายของวันขึ้น ๔ ค่ำ  ตามประเพณีความเชื่อ ที่สืบทอดมาแต่อดีต  เป็นการแสดงพิธีเยา                (เชิญวิญญาเข้าทรงคนป่วยลงสนามหรือแซงสนาม)  และพิธีเจี๊ยศาลารวมคน  เพื่อให้เกิดรูปขบวนที่สวยงามเป็นจังหวะสอดคล้องกับดนตรีพื้นบ้านที่ดีดเสียงเป่าเข้ากับท่วงท่ารำของสาวโส้ที่มาร่วมแสดง                      เป็นจำนวนมาก  ชาวโส้ถือว่าเป็นพิธีที่ศักดิ์สิทธิ์นอกจากนี้ในบริเวณงานจะมีการออกร้านจำหน่ายสินค้าพื้นบ้านนานาชาติให้แก่ผู้มาเที่ยวชมงานในราคาถูก  การคมนาคมสะดวกรถยนต์เข้าถึงบริเวณงาน               พื้นที่จัดงานห่างจากตัวจังหวัดประมาณ  ๔๐  กิโลเมตร
                    -  ประเพณีลอยพระประทีปพระราชทาน “สิบสองเพ็งไทสกล” กำหนดจัดงานขึ้นในวันเพ็ญเดือน ๑๒ ของทุกปี  โดยใช้ชื่อว่า  “เทศกาลลอยพระประทีปพระราชทาน สิบสองเพ็งไทสกล”                   โดยจังหวัดได้รับพระราชทานพระประทีปและไฟพระราชทานจาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว                     สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ  สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร  สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์อัครราชกุมารี  ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี  พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าศรีรัศมิ์               พระวรชายาในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้า มหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร  พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ  พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา                      พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์  และพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ            รวม  ๑๑ พระองค์  มีการตกแต่งรถขบวนแห่อัญเชิญไฟพระราชทานและพระประทีปพระราชทาน               รวม  ๑๒  ขบวน  และขบวนสภาวัฒนธรรมอันแสดงออกถึงวัฒนธรรมพื้นเมือง ๖ เผ่า  ขบวนนางนพมาศ  และประชาชนจากทุกอำเภอและจังหวัดใกล้เคียงร่วมพิธีอัญเชิญพระประทีปด้วยขบวนที่ตกแต่งแสงสีที่สวยงาม  ไปลงลอยที่สระพังทอง  สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ฯ
                     -  ประเพณีไหลเรือไฟ  ประเพณีไหลเรือไฟของชาวบ้านเต่างอย  เป็นพิธีที่ชาวบ้านจัดขึ้นเพื่อถวายเป็นสักการะบูชาน้ำอุปโภคบริโภคตามแม่น้ำพุง  พิธีนี้ถือเป็นประเพณีดั้งเดิมของชาวบ้าน  ตั้งแต่สมัย  ปู่  ย่า  ตา  ทวด  ซึ่งหากจะนับเป็นกาลเวลาที่ถือปฏิบัติมาเป็นเวลาหลายร้อยปี  เหตุที่ทำพิธีไหลเรือไฟขึ้นครั้งแรกมีผู้เฒ่าผู้แก่  เล่าว่า  มีพระสงฆ์รูปหนึ่งเดินธุดงค์มาจำพรรษาอยู่ที่ริมแม่น้ำพุง บ้านเต่างอย  เป็นผู้ริเริ่มและชักชวนชาวบ้านทำพิธี  ในวันเพ็ญขึ้น  ๑๕  ค่ำ  เดือน  ๑๐ (ตรงกับวันทำบุญข้าวสากในสมัยโบราณชาวบ้านได้นำต้นกล้วยมาประกอบเป็นเรือไฟโบราณแล้วประดับด้วยส่วน ที่เป็นก้านและใบ  นำขี้ตะบอง ( ขี้ต้าย ) จำนวนหลายสิบลึม ( หลายสิบมัด ) มามัดติดกับเรือด้วยตอก (ไม้ไผ่ที่เหลาบางๆพอสะลุ่มมืด ( พลบค่ำ ) ผู้เฒ่าผู้แก่ หนุ่มสาว  ก็ตั้งขบวนแห่เรือไฟมาลอยที่แม่น้ำพุง  ซึ่งเป็นลำน้ำขนาดใหญ่ที่ชาวบ้านเต่างอย ใช้เป็นน้ำดื่ม และน้ำใช้  ไหลผ่านหมู่บ้าน  ก่อนปล่อยเรือจะจุดตะบองให้มีแสงสว่างไสว ไปตามลำน้ำ  ชาวบ้านเรียกประเพณีดังกล่าวว่า  “ บุญไหลเฮือไฟ “  นอกจากจะเป็นการทำบุญแล้ว  อาจจะกล่าวได้เป็นงานสังคมอย่างหนึ่ง  เพราะผู้คนที่มาชุมนุมกันมาจากหลายหมู่บ้าน   ให้มารู้จักสนิทสนมกัน  โดยเฉพาะหนุ่มสาวที่มีโอกาสมาพบปะกัน  จนถึงกับได้กินดอง (แต่งงาน) เป็นคู่ชีวิตที่สุขสราญรื่น  ส่วนผู้ใหญ่ได้มีโอกาสมาร่วมพิธีกรรม  เป็นผู้แสดงออกให้เห็นถึงการมีจิตยึดมั่นในประเพณี  เป็นตัวอย่างที่ดีแก่ลูกหลานและชนรุ่นหลัง  ส่วนเด็กนั้นแม้ไม่ได้ร่วมสังคม  แบบหนุ่มสาวและผู้ใหญ่เขาก็ได้ร่วมรู้เห็นวัฒนธรรมประเพณีที่ผู้ใหญ่ได้ทำให้เห็น  ปัจจุบันได้มีการประยุกต์ทำเรือไฟให้สวยงาม  โดยนำใบตองใบไม้มาประกอบเป็นลำเรืออย่างสวยงาม  มีขบวนแห่ที่ยิ่งใหญ่มีการแสดงออกถึงขนบธรรมเนียมประเพณีของหมู่บ้านหรือคุ้มต่าง ๆ เป็นที่ประทับใจแก่ผู้พบเห็นเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรือไฟบก (ภาคกลางวันจะประดับตกแต่งด้วยวัสดุธรรมชาติอย่างประณีต สวยงามมากแตกต่างจากที่อื่นๆ ซึ่งในแต่ละปี  จะมีการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น  เพื่อดึงดูดและเชิญชวนนักท่องเที่ยวให้มาสัมผัสกับวัฒนธรรมประเพณี  อันยิ่งใหญ่ของชาวอำเภอเต่างอย  จังหวัดสกลนคร ต่อไป
                     -  ประเพณีบุญบั้งไฟ  อ.พังโคน  นิยมทำกันในเดือน  ๖  ของทุกปี  โดยมีจุดมุ่งหมายสำคัญ  ได้แก่  จุดมุ่งหมายในการขอฝน ชาวบ้านในภาคอีสาน  ถือว่าบุญบั้งไฟเป็นพิธีกรรมที่มีความสำคัญมาก  เพราะเชื่อว่าหากหมู่บ้านใด  ไม่จัดงานบั้งไฟก็อาจก่อให้เกิด  ภัยพิบัติ  เช่น  โรคภัยไข้เจ็บ  หรือทุพภิกขภัยแก่ชุมชนได้  ในขณะที่ช่วงจัดงานนี้เป็นช่วงที่  ชาวบ้านมีงานต้องทำมาก  เนื่องจากเป็นฤดูของการทำนาปี  ฉะนั้นที่ประชุม ผู้ใหญ่บ้าน  จึงต้องปรึกษาหารือกัน  เพื่อตัดสินใจว่าจะจัดหรือไม่ในปีนั้น  หากตัดสินใจว่าจะไม่จัดแล้ว ก็จำเป็นต้องไปทำพิธีที่ศาลปู่ตาของบ้าน  เพื่อขออนุญาตเลื่อนงานบุญนี้ไปในปีหน้า  การจัดงานและการละเล่นในประเพณีบุญบั้งไฟ ในวันสุกดิบชาวบ้านจะจัดขบวนแห่บั้งไฟ  ยังศาลปู่ตาของหมู่บ้าน  ทำพิธีเซ่นสรวง  มีการจุดบั้งไฟที่ใช้ในการเสี่ยงทาย  เพื่อเสี่ยงทายดูความอุดมสมบูรณ์และความสำเร็จในการทำนาปีนั้น  จากนั้นก็พากันกินเหล้าฟ้อนรำรอบศาลปู่ตาเป็นที่สนุกสนาน  จากนั้นก็พากันแห่บั้งไฟไปยังสถานที่จัดงาน  หรือหมู่บ้านที่จัดงานบุญบั้งไฟเพื่อจุดแข่งขันประกวด  ประชันกันต่อไป  ในปัจจุบันบั้งไฟที่ใช้จุดแข่งขัน  มีหลากหลายที่นิยมเรียกกัน  ได้แก่บั้งไฟหมื่น  บั้งไฟแสน บั้งไฟล้าน ซึ่งมีขนาดของดินปืนมากน้อย  แตกต่างกันไป  ในจังหวัดสกลนครปัจจุบัน  ที่นิยมจัดงานประเพณีบุญบั้งไฟมีหลายหมู่บ้านเช่น ตำบลม่วงไข่  แต่การจัดงานประเพณีบุญบั้งไฟที่ยิ่งใหญ่  คือ อำเภอพังโคน จังหวัดสกลนคร
                       -  เทศกาลสัปดาห์วิสาขบูชา  จังหวัดสกลนครได้จัดงานสัปดาห์วิสาขบูชาขึ้นในเดือน  ๖  ของทุกปี  รวม  ๗  วัน  ๗  คืน  มีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย ล้วนเป็นเอกลักษณ์ของชาวจังหวัดสกลนครทั้งสิ้น เช่น นิทรรศการความสำคัญของวันวิสาขบูชาและประวัติความเป็นมาของพระเกจิอาจารย์ การประกวด สวดมนต์หมู่ทำนองสรภัญญะ  การประกวดโต๊ะหมู่บูชา  การประกวดทุงโบราณ  การประกวดโคมบัวประเภทแขวน  การบวชเนกขัมมะ  การจัดธรรมทัศนาจรสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์  ๙  แห่ง  การฟัง  พระธรรมเทศนา  การจัดขบวนแห่และการประกวดประทีปโคมดอกบัวที่ยิ่งใหญ่   การประดับโคมแขวน  บนถนนสายธรรมะ  การแห่ผะเวสสันดร ๑๒  และประชาชนทุกหมู่เหล่าร่วมกันนุ่งขาวห่มขาวทั้งจังหวัดสกลนคร
                       -  เทศกาลเย็นทั่วหล้ามหาสงกรานต์  จังหวัดสกลนครได้จัดงานวันสงกรานต์ขึ้น            โดยใช้ชื่องานว่า เทศกาลเย็นทั่วหล้ามหาสงกรานต์ จัดขึ้นในระหว่างวันที่ ๑๓ ๑๕ เมษายน  ของทุกปี              โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดและสร้างความสามัคคีในชุมชน โดยมีการจัดกิจกรรม ที่หลากหลาย เช่น  พิธีทำบุญตักบาตร   ปล่อยปลา  ณ  บริเวณสระพังทอง  พิธีรดน้ำขอพรผู้ว่าราชการจังหวัด  พิธีแห่พระพุทธรูปและเทพีสงกรานต์  พิธีเปลี่ยนผ้าอังสะหลวงพ่อองค์แสน  สรงน้ำพระ  รดน้ำขอพรผู้สูงอายุ การทำความสะอาดบ้านเรือน  ถนน  ตลาด  ร้านค้า พิธีทำบุญสืบชะตาเมือง  รดน้ำขอพรผู้สูงอายุ  ๓  เชื้อชาติ (ไทย  จีน  เวียดนาม) งานถนนคนเดินเพลิดเพลินวันสงกรานต์ โดยมีการปิดถนนสุขเกษมเป็นระยะทางประมาณ  ๑  กิโลเมตร  มีร้านค้าอาหารพื้นเมืองกระจายอยู่สองข้างถนน  มีเวทีการแสดง  ๓ จุด   มีการจำหน่ายสินค้าพื้นเมือง (OTOP) แต่ละเวทีมีการประกวดและการแสดงมากมาย เช่น เวทีศิลปวัฒนธรรม  มีการประกวดหนูน้อยสงกรานต์  และการประกวดร้องเพลงลูกทุ่ง มีองค์การบริหารส่วนจังหวัดสกลนครร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสกลนครรับผิดชอบ  เวทีการแสดงของสาธารณสุขจังหวัด  เวทีการแสดงของเทศบาลนครสกลนคร เป็นต้น  นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจคือ การประกวดอาหารพื้นบ้าน  การประกวดผู้สูงอายุ  เดินวิ่งสุขภาพครอบครัวอบอุ่น  การแข่งขันกีฬาพื้นบ้าน และงานพาแลง เป็นต้น  
                     - ประเพณีแห่ดาวคริสต์มาส  ในคืนวันคริสตมาส  พี่น้องคริสตชนคาทอลิกตามโบสถ์ต่างๆ  มีการแห่ดาวคริสตมาส  เป็นประเพณีสืบเนื่องมาทุกๆปี  เพื่อให้เป็นประเพณีนิยม  พระอัครสังฆราชลอเรนซ์ คายน์  แสนพลอ่อน  ได้จัดให้มีกิจกรรมแห่ดาวคริสตมาสขึ้นในเขตเทศบาลนครสกลนคร โดยในปีแรกๆ  ได้มีการแห่ดาวในเขตเทศบาลเมืองสกลนคร  ประกอบด้วย  รถสามล้อปั่นประมาณ  ๒๐  คัน รถจักรยานยนต์  ประมาณ  ๔ ๕  คันและรถยนต์จำนวนไม่มากนัก  แห่ไปตามถนนสายหลักในเขตเทศบาลนครสกลนคร  ครั้นในปีต่อๆ มา  ขบวนแห่ดาวได้รับความสนใจและมีผู้เข้าร่วมขบวนเป็นจำนวนมากขึ้น และยิ่งใหญ่ขึ้น                มีผู้นำดาวขนาดต่างๆ ทั้งเล็ก ใหญ่  ประดับประดาด้วยแสงสีที่สวยงาม จากวัดต่าง ๆ  ในเขตอัครสังฆมณฑล                  ท่าแร่ หนองแสง  เข้าร่วมขบวนแห่มากขึ้นตามลำดับ  ดาวที่ส่งเข้าร่วม  มีการพัฒนาทั้งด้านความสวยงาม  ความประณีตบรรจง  สร้างสรรค์ และมีความหมายเกี่ยวข้องกับวันพระคริสตสมภพมากยิ่งขึ้น
          ๓..๓  โบราณสถานโบราณวัตถุและโบราณคดี 
                       -  พระธาตุภูเพ็ก  ต.นาหัวบ่อ  อ.พรรณานิคม         
                       -  พระธาตุดุม  ต.งิ้วด่อน  อ.เมืองสกลนคร
                       -  พระธาตุนารายณ์เจงเวง  อ.เมืองสกลนคร
                       -  พระธาตุเชิงชุม  อ.เมืองสกลนคร
                       -  สะพานขอม  อ.เมืองสกลนคร                     
                                 -  เจดีย์หิน  อ.สว่างแดนดิน
                                 -  แหล่งโบราณคดีบ้านดอนธงชัย  อ.สว่างแดนดิน    
                        -  กู่พันนา  อ.สว่างแดนดิน
                       -  กุฏิพระอาจารย์มั่น  ภูริทัตโต  วัดป่าภูริทัตตถิราวาส  อ.พรรณานิคม    
                                 -  หอไตรวัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร  อ.เมืองสกลนคร
                       -  พระธาตุอุปมุง  วัดป่าธาตุศรีทอง  อ.วานรนิวาส

          ๓..๔  การละเล่นพื้นเมือง
                      -  รำมวยโบราณ  อ.เมืองสกลนคร 
                      -  รำภูไท  อ.วาริชภูมิ
                      -  การเล่นกลองเส็ง  อ.วาริชภูมิ             
                      -  การเล่นโส้ทั่งบั้ง  อ.กุสุมาลย์
                      -  โย้ยกลองเลง  อ.อากาศอำนวย
          ๓..๕  ชนเผ่าพื้นเมือง 
                       จังหวัดสกลนครประกอบด้วยชนพื้นเมือง  จำนวน  ๖   เผ่า  ได้แก่
                       -  เผ่าไทลาว  ประกอบด้วย  อำเภอเจริญศิลป์/สว่างแดนดิน /ส่องดาว / คำตากล้า
                       -  เผ่าไทกะเลิง  ประกอบด้วย  อำเภอกุดบาก / ภูพาน / นิคมน้ำอูน
                       -  เผ่าไทย้อ  ประกอบด้วย  อำเภอเมือง / เต่างอย / โพนนาแก้ว / โคกศรีสุพรรณ
                       -  เผ่าไทโส้  ประกอบด้วย  อำเภอกุสุมาลย์
                       -  เผ่าภูไท  ประกอบด้วย  อำเภอวาริชภูมิ / พรรณานิคม / พังโคน / บ้านม่วง

                      -  เผ่าไทโย้ย  ประกอบด้วย  อำเภออากาศอำนวย / วานรนิวาส