๓.๖.๒ ด้านวัฒนธรรม และประเพณี
- งานนมัสการองค์พระธาตุเชิงชุม จัดขึ้นในวันขึ้น ๙ ค่ำถึง ๑๕ ค่ำ เดือนยี่ ของทุกปี จังหวัดสกลนครได้จัดให้มีงานสมโภช องค์พระธาตุเชิงชุม ที่ยิ่งใหญ่เป็นประจำตามอุรังคนิทาน กล่าวว่า วัดพระธาตุเชิงชุม เป็นสถานที่พระพุทธเจ้าเคยเสด็จมาโปรดชาวเมืองหนองหารหลวง และกล่าวว่าบริเวณนี้เป็นที่ประทับรอยพระบาทของพระพุทธเจ้า ๔ พระองค์ คือ พระพุทธเจ้าทรงพระนามว่ากุกสันโธ โกนาคมโน กัสสะโป และโคตมะ ซึ่งก่อนจะเสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน ต้องไปประทับรอยพระบาทไว้ทุกพระองค์ อย่างไรก็ตาม จากหลักฐานเสมาหินที่พบอยู่รอบ ๆ วัดพระธาตุเชิงชุม และหลักฐานแท่นบูชารูปเคารพ ตลอดจนศิลาจารึกตัวอักษรขอมในพุทธศตวรรษที่ ๑๕ - ๑๖ ซึ่งอยู่ติดผนังทางเข้าภายในอุโมงค์พระธาตุเชิงชุม (ชั้นใน ) ซึ่งก่อเป็นพระธาตุหรือสถูปขนาดเล็ก หลักฐานเหล่านี้บ่งบอกว่า บริเวณวัดพระธาตุเชิงชุมได้มีชุมชนเกิดขึ้นต่อเนื่องกันมา โดยเฉพาะศิลาจารึกที่กรอบประตูทางเข้าปรางค์ขอมหรือสถูป ซึ่งมีความกว้าง ๔๙ เซนติเมตร ยาว ๕๒ เซนติเมตร เขียนเป็นตัวอักษรขอมโบราณ องค์พระธาตุเชิงชุม เป็นเจดีย์มีลักษณะรูปปลียอดเหลี่ยมแบบลาวภายในทำด้วยศิลาแลงก่อขึ้นเป็นรูปเจดีย์ มีซุ้มประตูปิด เปิดทั้ง ๔ ด้าน แต่มีประตูที่ใช้ได้เพียงประตูเดียว คือประตูทางทิศตะวันออก
- งานประเพณีออกพรรษาแห่ปราสาทผึ้งและแข่งขันเรือยาวชิงถ้วยพระราชทานฯ กำหนดจัดงานแห่ปราสาทผึ้ง ในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ ของทุกปี และก่อนหน้างานประมาณ ๕ วัน จะมีการจัดการแข่งขันเรือยาวชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี และมีการประกวดรำหางนกยูง ในขบวนแห่เรือ ณ ริมฝั่งหนองหาร
- งานประเพณีเซิ้งผีโขน อ.พังโคน การเซิ้งผีโขนเป็นการเซิ้งในงานประเพณีบุญมหาชาติ หรือบุญพระเหวด หรือบุญพระเวสสันดร ของชาวบ้านไฮหย่อง ตำบลไฮหย่อง อำเภอพังโคน จังหวัดสกลนคร ซึ่งจัดขึ้นในวันขึ้น ๑๔ – ๑๕ ค่ำ เดือน ๔ ของทุกปี
- งานเทศกาลโส้รำลึก อ.กุสุมาลย์ งานเทศกาลโส้รำลึก เป็นงานประจำชาวโส้ จัดในวันขึ้น ๔ ค่ำ เดือน ๓ ของทุกปี ณ บริเวณที่ว่าการอำเภอกุสุมาลย์ การแสดงโส้ทั้งบั้งจะเริ่ม ในตอนสายของวันขึ้น ๔ ค่ำ ตามประเพณีความเชื่อ ที่สืบทอดมาแต่อดีต เป็นการแสดงพิธีเยา (เชิญวิญญาเข้าทรงคนป่วยลงสนามหรือแซงสนาม) และพิธีเจี๊ยศาลารวมคน เพื่อให้เกิดรูปขบวนที่สวยงามเป็นจังหวะสอดคล้องกับดนตรีพื้นบ้านที่ดีดเสียงเป่าเข้ากับท่วงท่ารำของสาวโส้ที่มาร่วมแสดง เป็นจำนวนมาก ชาวโส้ถือว่าเป็นพิธีที่ศักดิ์สิทธิ์นอกจากนี้ในบริเวณงานจะมีการออกร้านจำหน่ายสินค้าพื้นบ้านนานาชาติให้แก่ผู้มาเที่ยวชมงานในราคาถูก การคมนาคมสะดวกรถยนต์เข้าถึงบริเวณงาน พื้นที่จัดงานห่างจากตัวจังหวัดประมาณ ๔๐ กิโลเมตร
- ประเพณีลอยพระประทีปพระราชทาน “สิบสองเพ็งไทสกล” กำหนดจัดงานขึ้นในวันเพ็ญเดือน ๑๒ ของทุกปี โดยใช้ชื่อว่า “เทศกาลลอยพระประทีปพระราชทาน สิบสองเพ็งไทสกล” โดยจังหวัดได้รับพระราชทานพระประทีปและไฟพระราชทานจาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์อัครราชกุมารี ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้า มหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ และพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ รวม ๑๑ พระองค์ มีการตกแต่งรถขบวนแห่อัญเชิญไฟพระราชทานและพระประทีปพระราชทาน รวม ๑๒ ขบวน และขบวนสภาวัฒนธรรมอันแสดงออกถึงวัฒนธรรมพื้นเมือง ๖ เผ่า ขบวนนางนพมาศ และประชาชนจากทุกอำเภอและจังหวัดใกล้เคียงร่วมพิธีอัญเชิญพระประทีปด้วยขบวนที่ตกแต่งแสงสีที่สวยงาม ไปลงลอยที่สระพังทอง สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ฯ
- ประเพณีไหลเรือไฟ ประเพณีไหลเรือไฟของชาวบ้านเต่างอย เป็นพิธีที่ชาวบ้านจัดขึ้นเพื่อถวายเป็นสักการะบูชาน้ำอุปโภคบริโภคตามแม่น้ำพุง พิธีนี้ถือเป็นประเพณีดั้งเดิมของชาวบ้าน ตั้งแต่สมัย ปู่ ย่า ตา ทวด ซึ่งหากจะนับเป็นกาลเวลาที่ถือปฏิบัติมาเป็นเวลาหลายร้อยปี เหตุที่ทำพิธีไหลเรือไฟขึ้นครั้งแรกมีผู้เฒ่าผู้แก่ เล่าว่า มีพระสงฆ์รูปหนึ่งเดินธุดงค์มาจำพรรษาอยู่ที่ริมแม่น้ำพุง บ้านเต่างอย เป็นผู้ริเริ่มและชักชวนชาวบ้านทำพิธี ในวันเพ็ญขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๐ (ตรงกับวันทำบุญข้าวสาก) ในสมัยโบราณชาวบ้านได้นำต้นกล้วยมาประกอบเป็นเรือไฟโบราณแล้วประดับด้วยส่วน ที่เป็นก้านและใบ นำขี้ตะบอง ( ขี้ต้าย ) จำนวนหลายสิบลึม ( หลายสิบมัด ) มามัดติดกับเรือด้วยตอก (ไม้ไผ่ที่เหลาบางๆ) พอสะลุ่มมืด ( พลบค่ำ ) ผู้เฒ่าผู้แก่ หนุ่มสาว ก็ตั้งขบวนแห่เรือไฟมาลอยที่แม่น้ำพุง ซึ่งเป็นลำน้ำขนาดใหญ่ที่ชาวบ้านเต่างอย ใช้เป็นน้ำดื่ม และน้ำใช้ ไหลผ่านหมู่บ้าน ก่อนปล่อยเรือจะจุดตะบองให้มีแสงสว่างไสว ไปตามลำน้ำ ชาวบ้านเรียกประเพณีดังกล่าวว่า “ บุญไหลเฮือไฟ “ นอกจากจะเป็นการทำบุญแล้ว อาจจะกล่าวได้เป็นงานสังคมอย่างหนึ่ง เพราะผู้คนที่มาชุมนุมกันมาจากหลายหมู่บ้าน ให้มารู้จักสนิทสนมกัน โดยเฉพาะหนุ่มสาวที่มีโอกาสมาพบปะกัน จนถึงกับได้กินดอง (แต่งงาน) เป็นคู่ชีวิตที่สุขสราญรื่น ส่วนผู้ใหญ่ได้มีโอกาสมาร่วมพิธีกรรม เป็นผู้แสดงออกให้เห็นถึงการมีจิตยึดมั่นในประเพณี เป็นตัวอย่างที่ดีแก่ลูกหลานและชนรุ่นหลัง ส่วนเด็กนั้นแม้ไม่ได้ร่วมสังคม แบบหนุ่มสาวและผู้ใหญ่เขาก็ได้ร่วมรู้เห็นวัฒนธรรมประเพณีที่ผู้ใหญ่ได้ทำให้เห็น ปัจจุบันได้มีการประยุกต์ทำเรือไฟให้สวยงาม โดยนำใบตองใบไม้มาประกอบเป็นลำเรืออย่างสวยงาม มีขบวนแห่ที่ยิ่งใหญ่มีการแสดงออกถึงขนบธรรมเนียมประเพณีของหมู่บ้านหรือคุ้มต่าง ๆ เป็นที่ประทับใจแก่ผู้พบเห็นเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรือไฟบก (ภาคกลางวัน) จะประดับตกแต่งด้วยวัสดุธรรมชาติอย่างประณีต สวยงามมากแตกต่างจากที่อื่นๆ ซึ่งในแต่ละปี จะมีการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น เพื่อดึงดูดและเชิญชวนนักท่องเที่ยวให้มาสัมผัสกับวัฒนธรรมประเพณี อันยิ่งใหญ่ของชาวอำเภอเต่างอย จังหวัดสกลนคร ต่อไป
- ประเพณีบุญบั้งไฟ อ.พังโคน นิยมทำกันในเดือน ๖ ของทุกปี โดยมีจุดมุ่งหมายสำคัญ ได้แก่ จุดมุ่งหมายในการขอฝน ชาวบ้านในภาคอีสาน ถือว่าบุญบั้งไฟเป็นพิธีกรรมที่มีความสำคัญมาก เพราะเชื่อว่าหากหมู่บ้านใด ไม่จัดงานบั้งไฟก็อาจก่อให้เกิด ภัยพิบัติ เช่น โรคภัยไข้เจ็บ หรือทุพภิกขภัยแก่ชุมชนได้ ในขณะที่ช่วงจัดงานนี้เป็นช่วงที่ ชาวบ้านมีงานต้องทำมาก เนื่องจากเป็นฤดูของการทำนาปี ฉะนั้นที่ประชุม ผู้ใหญ่บ้าน จึงต้องปรึกษาหารือกัน เพื่อตัดสินใจว่าจะจัดหรือไม่ในปีนั้น หากตัดสินใจว่าจะไม่จัดแล้ว ก็จำเป็นต้องไปทำพิธีที่ศาลปู่ตาของบ้าน เพื่อขออนุญาตเลื่อนงานบุญนี้ไปในปีหน้า การจัดงานและการละเล่นในประเพณีบุญบั้งไฟ ในวันสุกดิบชาวบ้านจะจัดขบวนแห่บั้งไฟ ยังศาลปู่ตาของหมู่บ้าน ทำพิธีเซ่นสรวง มีการจุดบั้งไฟที่ใช้ในการเสี่ยงทาย เพื่อเสี่ยงทายดูความอุดมสมบูรณ์และความสำเร็จในการทำนาปีนั้น จากนั้นก็พากันกินเหล้าฟ้อนรำรอบศาลปู่ตาเป็นที่สนุกสนาน จากนั้นก็พากันแห่บั้งไฟไปยังสถานที่จัดงาน หรือหมู่บ้านที่จัดงานบุญบั้งไฟเพื่อจุดแข่งขันประกวด ประชันกันต่อไป ในปัจจุบันบั้งไฟที่ใช้จุดแข่งขัน มีหลากหลายที่นิยมเรียกกัน ได้แก่บั้งไฟหมื่น บั้งไฟแสน บั้งไฟล้าน ซึ่งมีขนาดของดินปืนมากน้อย แตกต่างกันไป ในจังหวัดสกลนครปัจจุบัน ที่นิยมจัดงานประเพณีบุญบั้งไฟมีหลายหมู่บ้านเช่น ตำบลม่วงไข่ แต่การจัดงานประเพณีบุญบั้งไฟที่ยิ่งใหญ่ คือ อำเภอพังโคน จังหวัดสกลนคร
- เทศกาลสัปดาห์วิสาขบูชา จังหวัดสกลนครได้จัดงานสัปดาห์วิสาขบูชาขึ้นในเดือน ๖ ของทุกปี รวม ๗ วัน ๗ คืน มีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย ล้วนเป็นเอกลักษณ์ของชาวจังหวัดสกลนครทั้งสิ้น เช่น นิทรรศการความสำคัญของวันวิสาขบูชาและประวัติความเป็นมาของพระเกจิอาจารย์ การประกวด สวดมนต์หมู่ทำนองสรภัญญะ การประกวดโต๊ะหมู่บูชา การประกวดทุงโบราณ การประกวดโคมบัวประเภทแขวน การบวชเนกขัมมะ การจัดธรรมทัศนาจรสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ๙ แห่ง การฟัง พระธรรมเทศนา การจัดขบวนแห่และการประกวดประทีปโคมดอกบัวที่ยิ่งใหญ่ การประดับโคมแขวน บนถนนสายธรรมะ การแห่ผะเวสสันดร ๑๒ และประชาชนทุกหมู่เหล่าร่วมกันนุ่งขาวห่มขาวทั้งจังหวัดสกลนคร
- เทศกาลเย็นทั่วหล้ามหาสงกรานต์ จังหวัดสกลนครได้จัดงานวันสงกรานต์ขึ้น โดยใช้ชื่องานว่า เทศกาลเย็นทั่วหล้ามหาสงกรานต์ จัดขึ้นในระหว่างวันที่ ๑๓ – ๑๕ เมษายน ของทุกปี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดและสร้างความสามัคคีในชุมชน โดยมีการจัดกิจกรรม ที่หลากหลาย เช่น พิธีทำบุญตักบาตร ปล่อยปลา ณ บริเวณสระพังทอง พิธีรดน้ำขอพรผู้ว่าราชการจังหวัด พิธีแห่พระพุทธรูปและเทพีสงกรานต์ พิธีเปลี่ยนผ้าอังสะหลวงพ่อองค์แสน สรงน้ำพระ รดน้ำขอพรผู้สูงอายุ การทำความสะอาดบ้านเรือน ถนน ตลาด ร้านค้า พิธีทำบุญสืบชะตาเมือง รดน้ำขอพรผู้สูงอายุ ๓ เชื้อชาติ (ไทย จีน เวียดนาม) งานถนนคนเดินเพลิดเพลินวันสงกรานต์ โดยมีการปิดถนนสุขเกษมเป็นระยะทางประมาณ ๑ กิโลเมตร มีร้านค้าอาหารพื้นเมืองกระจายอยู่สองข้างถนน มีเวทีการแสดง ๓ จุด มีการจำหน่ายสินค้าพื้นเมือง (OTOP) แต่ละเวทีมีการประกวดและการแสดงมากมาย เช่น เวทีศิลปวัฒนธรรม มีการประกวดหนูน้อยสงกรานต์ และการประกวดร้องเพลงลูกทุ่ง มีองค์การบริหารส่วนจังหวัดสกลนครร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสกลนครรับผิดชอบ เวทีการแสดงของสาธารณสุขจังหวัด เวทีการแสดงของเทศบาลนครสกลนคร เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจคือ การประกวดอาหารพื้นบ้าน การประกวดผู้สูงอายุ เดินวิ่งสุขภาพครอบครัวอบอุ่น การแข่งขันกีฬาพื้นบ้าน และงานพาแลง เป็นต้น
- ประเพณีแห่ดาวคริสต์มาส ในคืนวันคริสตมาส พี่น้องคริสตชนคาทอลิกตามโบสถ์ต่างๆ มีการแห่ดาวคริสตมาส เป็นประเพณีสืบเนื่องมาทุกๆปี เพื่อให้เป็นประเพณีนิยม พระอัครสังฆราชลอเรนซ์ คายน์ แสนพลอ่อน ได้จัดให้มีกิจกรรมแห่ดาวคริสตมาสขึ้นในเขตเทศบาลนครสกลนคร โดยในปีแรกๆ ได้มีการแห่ดาวในเขตเทศบาลเมืองสกลนคร ประกอบด้วย รถสามล้อปั่นประมาณ ๒๐ คัน รถจักรยานยนต์ ประมาณ ๔ – ๕ คันและรถยนต์จำนวนไม่มากนัก แห่ไปตามถนนสายหลักในเขตเทศบาลนครสกลนคร ครั้นในปีต่อๆ มา ขบวนแห่ดาวได้รับความสนใจและมีผู้เข้าร่วมขบวนเป็นจำนวนมากขึ้น และยิ่งใหญ่ขึ้น มีผู้นำดาวขนาดต่างๆ ทั้งเล็ก ใหญ่ ประดับประดาด้วยแสงสีที่สวยงาม จากวัดต่าง ๆ ในเขตอัครสังฆมณฑล ท่าแร่ – หนองแสง เข้าร่วมขบวนแห่มากขึ้นตามลำดับ ดาวที่ส่งเข้าร่วม มีการพัฒนาทั้งด้านความสวยงาม ความประณีตบรรจง สร้างสรรค์ และมีความหมายเกี่ยวข้องกับวันพระคริสตสมภพมากยิ่งขึ้น
๓.๖.๓ โบราณสถานโบราณวัตถุและโบราณคดี
- พระธาตุภูเพ็ก ต.นาหัวบ่อ อ.พรรณานิคม
- พระธาตุดุม ต.งิ้วด่อน อ.เมืองสกลนคร
- พระธาตุนารายณ์เจงเวง อ.เมืองสกลนคร
- พระธาตุเชิงชุม อ.เมืองสกลนคร
- สะพานขอม อ.เมืองสกลนคร
- เจดีย์หิน อ.สว่างแดนดิน
- แหล่งโบราณคดีบ้านดอนธงชัย อ.สว่างแดนดิน
- กู่พันนา อ.สว่างแดนดิน
- กุฏิพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต วัดป่าภูริทัตตถิราวาส อ.พรรณานิคม
- หอไตรวัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร อ.เมืองสกลนคร
- พระธาตุอุปมุง วัดป่าธาตุศรีทอง อ.วานรนิวาส
๓.๖.๔ การละเล่นพื้นเมือง
- รำมวยโบราณ อ.เมืองสกลนคร
- รำภูไท อ.วาริชภูมิ
- การเล่นกลองเส็ง อ.วาริชภูมิ
- การเล่นโส้ทั่งบั้ง อ.กุสุมาลย์
- โย้ยกลองเลง อ.อากาศอำนวย
๓.๖.๕ ชนเผ่าพื้นเมือง
จังหวัดสกลนครประกอบด้วยชนพื้นเมือง จำนวน ๖ เผ่า ได้แก่
- เผ่าไทลาว ประกอบด้วย อำเภอเจริญศิลป์/สว่างแดนดิน /ส่องดาว / คำตากล้า
- เผ่าไทกะเลิง ประกอบด้วย อำเภอกุดบาก / ภูพาน / นิคมน้ำอูน
- เผ่าไทย้อ ประกอบด้วย อำเภอเมือง / เต่างอย / โพนนาแก้ว / โคกศรีสุพรรณ
- เผ่าไทโส้ ประกอบด้วย อำเภอกุสุมาลย์
- เผ่าภูไท ประกอบด้วย อำเภอวาริชภูมิ / พรรณานิคม / พังโคน / บ้านม่วง
- เผ่าไทโย้ย ประกอบด้วย อำเภออากาศอำนวย / วานรนิวาส