เมือง 3 ธรรม

การเผยแพร่ความเป็น  “เมือง  ๓  ธรรม”  ให้เป็นที่รู้จัก  ดังนี้ 
           
๔.๙.๑  เมืองแห่งธรรมะ 

   
-   พระธาตุ เชิงชุม  ตั้งอยู่ถนนเจริญเมืองในวัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร  เป็นเจดีย์ก่ออิฐถือปูน  ฐานรูปสี่เหลี่ยม สูงประมาณ ๒๔ เมตร ยอดฉัตรทองคำเหนือองค์พระธาตุเชิงชุมทำด้วยทองคำบริสุทธิ์                 มีน้ำหนัก ๒๔๗ บาท มี ซุ้มประตู ๔ ด้าน ข้างในทึบ สร้างครอบรอย          พระพุทธบาท ของพระพุทธเจ้าสี่พระองค์ ซึ่งหมายถึง พระกุสันทะ  พระโกนาคม  พระกัสสะปะ  และพระโคดม  หรือพระศรีอารียเมตตรัย (คือ สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ชาวพุทธศาสนิกชนเคารพสักการะบูชาอยู่ทุกวันนี้)  สร้างขึ้นเมื่อใดไม่ปรากฏหลักฐานแต่นับเป็นปูชนียสถานสำคัญคู่บ้านคู่เมืองสกลนครมาแต่โบราณ  ภายในวิหารใกล้พระธาตุเชิงชุม เป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อองค์แสนอันศักดิ์สิทธิ์เป็นที่เคารพนับถือ  และเป็นศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชนในจังหวัดสกลนคร  ทุกวันพระในตอนค่ำจะมีประชาชนไปบูชากราบไหว้พระธาตุ  และหลวงพ่อองค์แสนเป็นจำนวนมาก  งานประจำปีของพระธาตุเชิงชุมจะเริ่มตั้งแต่วันขึ้น  ๙  ค่ำถึงวันขึ้น  ๑๕  ค่ำเดือนยี่ (๒) ของทุกปี (กำหนดตามจันทรคติ)


-  วัดป่าสุทธาวาส ตำบลธาตุเชิงชุม อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร          ในปัจจุบันกลายสภาพเป็นวัดป่ากลางเมือง เป็นสำนักเรียนสำคัญของพระภิกษุสงฆ์ในสกลนคร ปูชนิยสถานสำคัญภายในวัดนอกจากอุโบสถและพิพิธภัณฑ์หลวงปู่มั่นแล้ว ก็ยังมี "จันทสารเจติยานุสรณ์" เจดีย์พิพิธภัณฑ์หลวงปู่หลุย จนฺทสาโรอีกด้วย โดยได้จัดงานวันบูรพาจารย์จครบรอบวันถวายเพลิงศพหลวงปู่มั่น  ภูริทัตฺโต วันที่ ๒๙-๓๑ มกราคม ๒๕๕๔ ที่ผ่านมา


 -
  พิพิธภัณฑ์อาจารย์ฝั้น อาจาโร  ตั้งอยู่ที่วัดป่าอุดมสมพร  ตำบลพรรณานิคม  ลักษณะตัวพิพิธภัณฑ์เป็นรูปเจดีย์ฐานกลมกลีบบัวสามชั้น  ภายในมีรูปปั้นพระอาจารย์ฝั้นมีขนาดเท่ารูปจริง ในท่านั่งห้อยเท้าและถือไม้เท้าไว้ในมือ มีตู้กระจกบรรจุอัฐิ  และแสดงเครื่องอัฐบริขารที่ท่านใช้เมื่อยามมีชีวิตรวมทั้งประวัติความเป็นมาตั้งแต่เกิดจนมรณภาพพระอาจารย์  ฝั้นอาจาโร  กำเนิดในสกุลสุวรรณรงค์ เมื่อวันที่ ๒๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๔๒ ที่ตำบล บ้านม่วงไข่ อำเภอพรรณานิคม  และได้บรรพชาเป็นสามเณรเมื่ออายุ ๑๙ ปี ณ วัดโพนทอง จนอายุครบ ๒๐ ปี จึงอุปสมบทในพุทธศาสนาฝ่ายมหานิกาย ต่อมาได้ถวายตัวเป็นลูกศิษย์ติดตามพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต การเดินทางตามทางหลวงหมายเลข ๒๒ (สกลนคร-อุดรธานี) และเลี้ยวขวาผ่านตัวอำเภอพรรณานิคม ไปประมาณ ๒ กิโลเมตร


-  วัดคำประมง  ตั้งอยู่ที่บ้านคำประมง  ตำบลสว่าง  อาคารต่างๆ สร้างตามแบบสถาปัตยกรรมสมัยใหม่  วัดนี้เป็นที่วิปัสสนาของพระครูสันติวรญาณ  (หลวงปู่สิม พุทธาโร)  พระเกจิอาจารย์ชื่อดังรูปหนึ่ง         ของไทย การเดินทางตามทางหลวงหมายเลข  ๒๒                           (สกลนคร- พรรณานิคม) ประมาณ ๓๗ กิโลเมตร และเลี้ยวขวาไปทางอำเภออากาศอำนวยอีกประมาณ ๑๐ กิโลเมตร



-  วัดถ้ำขามหรือภูขาม  ตั้งอยู่บนภูขาม ชาวบ้านมักเรียกว่า         ภูคำขาม อยู่ในเขตบ้านคำป่าเป็นเขาลูกหนึ่งบนเทือกเขาภูพาน

วัดถ้ำขามนี้เดิมเป็นที่ปฏิบัติธรรมของพระอาจารย์ฝั้น อาจาโร ท่านได้จำพรรษาอยู่ที่วัดนี้จนถึงประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๗ เมื่อท่านอาพาธจึงได้ไปจำพรรษาที่วัดป่าอุดมสมพร  นอกจากนี้ยังเป็นวัดหนึ่งที่เก็บอัฐิของพระอาจารย์เทศก์ เทศรังสี  ซึ่งมีผู้คนยังเดินทางมาสักการบูชาอยู่เป็นประจำ การเดินทางใช้เส้นทาง สกลนคร-อุดรธานี (ทางหลวงหมายเลข ๒๒) ประมาณ ๒๒ กิโลเมตร  มีทางแยกซ้ายเข้าทางเดียวกับพระธาตุภูเพ็กไปอีกประมาณ ๑๐ กิโลเมตร ก่อนที่จะตรงขึ้นไปพระธาตุภูเพ็กมีทางแยกขวาไปประมาณ ๓๐ กิโลเมตร



-  วัดถ้ำพวง ที่พักสงฆ์ถ้ำพวง เป็นที่ตั้งสังเวชนียสถาน ๔ ตำบล ประกอบด้วย สถานที่ประสูติ ตรัสรู้ แสดงธรรมเทศนาครั้งแรก และปรินิพาน และมีพิพิธภัณฑ์อาจารย์วัน  อุตตโม  สร้างเป็นรูปทรงจตุรมุข ๒ ชั้น ประดับด้วยหินอ่อนทั้งหลัง ชั้นล่างตกแต่งเป็นห้องแสดงภาพวาดเกี่ยวกับประวัติ ของพระอาจารย์ตั้งแต่เกิด ส่วนชั้นบน มีรูปปั้นของท่านในท่านั่งขัดสมาธิ  พร้อมเครื่องสักการบูชาที่ตกแต่งสวยงามและตู้กระจกแสดงเครื่องอัฐบริขารของท่านบริเวณใกล้เคียงกันมีถ้ำพวงซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระมุจรินทร์องค์ใหญ่  การเดินทางใช้ทางหลวงหมายเลข ๒๒ (สกลนคร- อุดรธานี) ระยะทางประมาณ ๘๔ กิโลเมตร  ถึงอำเภอ          สว่างแดนดินเลี้ยวซ้ายเข้าอำเภอส่องดาวไปถึงวงเวียนอนุสาวรีย์พระเวสสันดร  แล้วเลี้ยวขวาไปวัด            ถ้ำอภัยดำรงธรรมประมาณ  ๕  กิโลเมตร


-  พระธาตุศรีมงคล ตั้งอยู่ที่วัดพระธาตุศรีมงคล  ตำบลบ้านธาตุ ลักษณะเป็นเจดีย์ฐานสี่เหลี่ยมยอดแหลม  ตกแต่งด้วยศิลปกรรมยุคใหม่ ก่ออิฐถือปูนประดับด้วยลายปั้นดินเผา  บริเวณฐานเป็นพุทธประวัติของพระพุทธเจ้าสร้างด้วยดินเผาครอบพระธาตุองค์เดิม ซึ่งเป็นศิลาแลงที่ชำรุด นับเป็นพระธาตุคู่บ้านคู่เมืองของชาวอำเภอวาริชภูมิ  การคมนาคมสะดวก  รถยนต์สามารถเข้าถึงบริเวณวัด การเดินทางตามเส้นทางพังโคน-วาริชภูมิ  ห่างจากที่ว่าการอำเภอ      วาริชภูมิ ๒๐๐ เมตร

-  ถ้ำพระพุทธไสยาสน์ (ถ้ำพระทอง หรือภูผาทอง) ตั้งอยู่ ที่ตำบลค้อเขียวห่างจากที่ว่าการอำเภอวาริชภูมิประมาณ ๙ กิโลเมตร บริเวณถ้ำมีลักษณะการนำเพิงหินมาดัดแปลงก่อสร้างเพิ่มเติมเป็นศาลาการเปรียญ บริเวณใกล้ถ้ำมีหินธรรมชาติรูปร่างแปลกๆ มากมาย


-  ปราสาทพระธาตุนารายณ์เจงเวง ตั้งอยู่ภายในบริเวณวัดพระธาตุนารายณ์เจงเวง บ้านธาตุ ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ ๕ กิโลเมตร โดยใช้เส้นทางสายสกลนคร-อุดรธานี ทางหลวงหมายเลข ๒๒ ถึงบริเวณบ้านธาตุซึ่งอยู่ก่อนถึงสี่แยกถนนเลี่ยงเมืองเล็กน้อยแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าไปอีก ๔๐๐ เมตร เป็นพระธาตุประกอบด้วยปรางค์องค์เดียว สร้างด้วยหินทรายบนฐานศิลาแลงขนาดใหญ่ สลักลวดลายลงบนเนื้อหิน มีทับหลังจำหลักภาพพระกฤษณะฆ่าสิงห์ ในรูปแบบศิลปะเขมร สมัยบาปวน ลักษณะคล้ายกับปราสาทหินของขอมที่ปรากฏหลายแห่งภาคอีสาน ลวดลายสลักหินบนซุ้มประตู หน้าต่างยังมีลักษณะสมบูรณ์ปรากฏชัด ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นฝีมือของผู้หญิงสร้างทั้งหมด เพื่อแข่งขันกับผู้ชายที่สร้างพระธาตุภูเพ็ก รูปแบบและศิลปะกำหนดอายุราวพุทธศตวรรษที่ ๑๖-๑๗ งานประเพณีของพระธาตุเจงเวงจะเริ่มตั้งแต่วันขึ้น ๑๑ ค่ำ - ๑๕ ค่ำ             เดือน ๔ ของทุกปี
 -  พระธาตุภูเพ็ก ตั้งอยู่ที่ตำบลนาหัวบ่อ ผู้ที่จะไปนมัสการพระธาตุต้องเดินขึ้นบันไดประมาณ ๔๙๑ ขั้นจะถึงองค์พระธาตุซึ่งสร้างอยู่บนยอดเขาภูพาน องค์พระธาตุสร้างด้วยหินทรายบนฐานศิลาแลงมีผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสย่อมุมด้านหน้าเชื่อมต่อ กับมณฑปรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า  ชั้นที่ ๑ สูงประมาณ ๑.๕๘ เมตร ชั้นที่ ๒ สูงประมาณ ๐.๗๐ เมตร ตัวปราสาทสูง ๗.๖๗ เมตร ซึ่งยังสร้าง                  ไม่แล้วเสร็จ ไม่มีหลังคาและยอดปราสาท เพียงแต่ทำขื่อตั้งไว้เท่านั้น                พระธาตุภูเพ็กสร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ ๑๖ เพื่อเป็นศาสนสถานในศาสนาฮินดู ภายหลังดัดแปลงเป็นพุทธศาสนสถาน และมีการยกเรื่องประวัติศาสตร์การก่อสร้างไว้ในตำนานพระอุรังคธาตุหรือตำนานพระธาตุพนม ซึ่งกล่าวไว้ว่าพระธาตุภูเพ็กสร้างโดยกลุ่มผู้ชายเพื่อแข่งขันกับกลุ่มผู้หญิง ซึ่งสร้างพระธาตุนารายณ์เจงเวงเพื่อรอบรรจุพระอุรังคธาตุของพระพุทธเจ้า แต่กลุ่มผู้ชายได้ยุติการสร้างเมื่อเห็นดาวเพ็กบนท้องฟ้า ซึ่งเป็นกลลวงของกลุ่มผู้หญิงผู้สร้างพระธาตุนารายณ์เจงเวง ปราสาทหลังนี้จึงได้ชื่อว่าปราสาทพระธาตุภูเพ็ก ตามชื่อดาว “เพ็ก’’
-  ปราสาทขอม  ตั้งอยู่ที่บ้านพันนา อยู่ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ ๗๐ กิโลเมตร ตามเส้นทางสกลนคร-อุดรธานี ลักษณะของปราสาทมียอดเดียวฐานสี่เหลี่ยมผืนผ้า สร้างด้วยศิลาแลง บริเวณใกล้กับตัวปราสาทมีสระน้ำรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ก่อด้วยศิลาแลงเป็นชั้นๆ มีน้ำขังตลอดปี เชื่อว่าสร้างสมัยเดียวกับปราสาท พระธาตุภูเพ็ก ปราสาทบางส่วนยังคงสภาพสมบูรณ์




                                        -  พระธาตุดุม อยู่ที่วัดพระธาตุดุม บ้านธาตุดุม ตำบลงิ้วดอน       ห่างจาก ตัวจังหวัดประมาณ ๕ กิโลเมตร (ถนน สาย รพช. ทางไปโรงเรียนพัฒนาศึกษา) ลักษณะเป็นปรางค์องค์เดียวสร้างด้วย ศิลาแลงสมัยเดียวกับพระธาตุนารายณ์เจงเวง แต่องค์ปราสาทเล็กกว่ามีเพียง ยอดเดียวไม่มีฐานรองรับ พบทับหลังทั้ง ๔ ด้าน ด้านทิศเหนือเป็นภาพนารายณ์บรรทมสินธุ์ นอกจากนี้ยังมีภาพเทวดาทรงพาหนะเหนือหน้ากาลประกอบด้วย สัตว์ต่างๆ เช่น ช้าง สิงห์ และลายใบไม้ม้วน อายุประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๖-๑๗ ศิลปะเขมรแบบบาปวนอายุประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๖-๑๗


     ๔.๙.๒  เมืองแห่งธรรมชาติ 



-  หนองหาร เป็นทะเลสาบน้ำจืดที่มีชื่อเสียง และกว้างใหญ่มากแห่งหนึ่งของประเทศไทย มี เนื้อที่ประมาณ ๑๒๓ ตารางกิโลเมตร เป็นแหล่ง รับน้ำตกของลำห้วยต่าง ๆ หลายสาย และ ยังเป็นต้นน้ำของลำน้ำก่ำซึ่งไหลลงสู่แม่น้ำโขงที่ อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม อำนวยประโยชน์ ในด้านการเพาะปลูก การเลี้ยงสัตว์ การประมง ซึ่งเป็นอาชีพหลักของชาวบ้านในชุมชนรอบหนองหาร ระดับน้ำในหนองหารลึกประมาณ ๓-๘ เมตร ในบริเวณหนองหารมีเกาะต่าง ๆ กว่า ๒๐ เกาะ เช่น เกาะดอนสวรรค์ ซึ่งเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุด บนเกาะมีวัดร้างและพระพุทธรูปเก่าแก่ นอกจากนั้นตามเกาะต่าง ๆ เหล่านี้จะมีต้นไม้ใหญ่ขึ้นอยู่มากมายเป็นที่อยู่อาศัยของนกนานาชนิดบางเกาะได้สร้างศาลาพักร้อน เช่น เกาะแก้ว เกาะดอนสะคาม และเกาะ ดอนสะทุง ซึ่งในเวลากลางวันสาหร่ายที่อยู่ใต้พื้นน้ำเมื่อแดดส่องลงในน้ำจะเห็นสาหร่ายเป็นสีทอง



-  น้ำตกคำหอมและโค้งปิ้งงู (อุทยานแห่งชาติภูพาน) อยู่ห่างจากจังหวัดประมาณ ๑๔ กิโลเมตร น้ำตกคำหอมอยู่ใกล้กับน้ำตกตาดโตนและเขต พระราชฐาน บริเวณใกล้เคียงกันจะเป็นที่ตั้งของน้ำตกต่างๆ อีกหลายแห่ง เช่น น้ำตกเหวสินธุ์ชัย น้ำตกสามหลั่น น้ำตกสาวไห้ ผาหินซ้อน อยู่ท่ามกลางป่าไม้ที่ร่มเย็นและหน้าทางเข้าน้ำตกคำหอม บนถนนสายสกลนคร-กาฬสินธุ์ เป็นช่วงที่คดเคี้ยวไปมาเหมือนกับงูเลื้อยหรืองู ที่ถูกปิ้งที่มีไหล่ทางลดหลั่นลงมา มีหลักกิโลเมตรที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยตั้งอยู่ริมทางตกแต่งด้วยไม้ดอกไม้ประดับเป็นทัศนียภาพที่สวยงาม การคมนาคมเข้าแหล่งท่องเที่ยวเหล่านี้สะดวกและปลอดภัย สามารถเดินทางเข้าถึงตลอดทั้งปี สำหรับน้ำตกต่าง ๆ จะมีน้ำเฉพาะในฤดูฝนเท่านั้น
-  สะพานหินธรรมชาติ (อุทยานแห่งชาติภูพาน) มีลักษณะเป็นสะพานหินที่เชื่อมต่อระหว่างหินสองกลุ่มขนาดกว้างของสะพานประมาณ ๑.๕ เมตร ยาว ๘ เมตร ด้านใต้เป็นเวิ้งถ้ำกว้างใช้เป็นที่หลบแดดหลบฝนได้ นับเป็นความมหัศจรรย์ของธรรมชาติอย่างหนึ่ง นอกจากนี้ทางอุทยานฯ มีบริการบ้านพัก สอบถามรายละเอียดได้ที่อุทยานแห่งชาติภูพาน ตำบลห้วยยาง อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร ๔๗๐๐๐  โทร. ๐ – ๔๒๗๐ - ๓๐๔๔  หรือสอบถาม ข้อมูลที่พักเพิ่มเติมได้ที่ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เขตบางเขน กรุงเทพฯ โทร. ๐ ๒๕๖๒ ๐๗๖๐ www.dnp.go.th
             


-  ภาพรอยสลักผาสามพันปีที่ภูผายล (อุทยานแห่งชาติภูผายล) ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่บ้านนาผาง ตำบลกกปลาซิว ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ ๓๘ กิโลเมตร ภูผายลเป็นที่ตั้งของสำนักสงฆ์ ในบริเวณนั้นมีภาพแกะสลักบนหน้าผาหินเป็นรูปภาพต่างๆ แสดงชีวิตความเป็นอยู่ ของคนไทยในชุมชนก่อนประวัติศาสตร์ที่ใช้ของแข็งขูดขีดลงบนหน้าผา เช่น ภาพสัตว์ คนไร่นา เป็นต้น  นอกจากนี้ยังมีธรรมชาติรอบข้างเป็นป่าเขาที่สวยงาม การเดินทางจากตัวอำเภอเต่างอยไปตามเส้นทางอำเภอเต่างอย-ศรีวิชา ๕ กิโลเมตร เข้าสู่บ้านม่วง-นาอ่าง และเดินทางต่อผ่านบ้านโพนบก-โพนแพง และบ้านนาผางตามลำดับ รวมระยะทาง ๓๕ กิโลเมตร ก่อนถึงภูผายลจากบ้านนาผางขึ้นไปจะเป็นถนนลาดยางจนถึงหน้าผาหิน และมีบันไดขึ้นสู่หน้าผายอดเขา ตามระยะทางสามารถแวะพักตามจุดชมวิว ซึ่งมีก้อนหินทรายตั้งวางเป็นระยะบางแห่งรูปคล้ายเพิงพัก หรือแท่นที่นั่งอ่างเก็บน้ำห้วยหวด อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ ๕๐๐ เมตร เกิดขึ้นจากการสร้างเขื่อนชลประทาน ตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว บริเวณพลับพลาฝั่งขวาของอ่างเก็บน้ำมีก้อนหินรูปร่างแปลก
-  น้ำตกคำน้ำสร้าง (อุทยานแห่งชาติภูผายล) เป็นน้ำตกที่สูงที่สุดของอุทยานฯ ถ้ายืนบนสันเขื่อนมองลงไปทางทิศใต้จะสามารถมองเห็นน้ำตกได้ น้ำตกมีความสูง ๒๕ เมตร ตัวน้ำตกอยู่ห่างจากที่ทำการ อุทยานฯ ๑.๘ กิโลเมตร  อุทยานแห่งชาติภูผายล อำเภอ เต่างอย จังหวัดสกลนคร ๔๗๒๖๐  โทร. ๐ ๔๒๙๘  ๑๐๕๗ หรือกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช โทร. ๐ ๒๕๖๒ ๐๗๖๐ หรือ www.dnp.go.th

-  หอส่องดาว (อุทยานแห่งชาติภูผาเหล็ก) ตั้งอยู่บนยอดภูผาเหล็ก  มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ ๗๐๐ เมตร สามารถมองเห็นทัศนียภาพได้รอบด้าน หอส่องดาวจึงเป็นที่สำหรับศึกษาดวงดาวในเวลากลางคืน สามารถชมปรากฏการณ์ฝนดาวตกได้ชัดเจน



-  ภูอ่างศอ อยู่ที่ตำบลคำบ่อ ห่างจากที่ว่าการอำเภอวาริชภูมิ                   ๑๘ กิโลเมตร เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบตั้งแค้มป์เป็นหมู่คณะ โดยเฉพาะในฤดูหนาวนั้นมีความงามไม่แพ้ภูกระดึง  อุทยานแห่งชาติภูผาเหล็ก อำเภอส่องดาว จังหวัดสกลนคร ๔๗๑๙๐ หรือกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช โทร. ๐ ๒๕๖๒ ๐๗๖๐ หรือ www.dnp.go.th



-  เขื่อนน้ำพุง ลักษณะเป็นเขื่อนหินทิ้งแห่งแรกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีความยาว ๑,๗๒๐ เมตร สูง ๔๐ เมตร ผลิตกระแสไฟฟ้าแจกจ่ายให้ประชาชนในเขตจังหวัดสกลนคร และนครพนม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงทำพิธีเปิดเขื่อนน้ำพุงเมื่อวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๐๘ บรรยากาศภายในเขื่อนเงียบสงบเย็นสบาย



-  เขื่อนน้ำอูน อยู่ในความดูแลของกรมชลประทาน เขื่อนแห่งนี้  เป็นเขื่อนดินสร้างขึ้นเพื่อกั้นลำน้ำอูน ซึ่งเป็นสายหนึ่งของแม่น้ำสงคราม ซึ่งมีต้นน้ำมาจากเทือกเขาภูพาน และเก็บกักน้ำไว้ใช้ในการชลประทาน บรรยากาศเหมาะสำหรับการพักผ่อน หย่อนใจ สภาพโดยทั่วไปเป็นอ่างเก็บน้ำกว้างใหญ่ รายล้อมด้วยเทือกเขาภูพานและป่าไม้ที่สวยงาม บริเวณใกล้กับสันเขื่อนเป็นน้ำตกขนาดเล็กที่ เกิดจากการระบายน้ำออกจากเขื่อน การเดินทางตามทางหลวงหมายเลข ๒๒ (สกลนคร-อุดรธานี) ก่อนถึงอำเภอพังโคน ๕ กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวง หมายเลข ๒๒๗ (พังโคน-วาริชภูมิ) เข้าไปประมาณ ๕ กิโลเมตร



  ๔.๙.๓  เมืองแห่งวัฒนธรรม 

-  ศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดสกลนคร  อยู่ภายในมหาวิทยาลัย           ราชภัฏสกลนคร  ถนนนิตโย ตำบลธาตุนาแวง เป็นที่แสดงสิ่งของเครื่องใช้ของชนเผ่าต่าง ๆ พร้อมภาพประวัติและเอกสาร แสดงความเป็นมาทางศิลปวัฒนธรรม ติดต่อข้อมูลเพิ่มเติม  โทร.                 ๐ ๔๒๗๑ ๑๒๗๔ เปิดบริการตั้งแต่เวลา ๐๘.๓๐-๑๖.๓๐ น.



-  สะพานขอมหรือสะพานหิน อยู่ก่อนเข้าตัวเมือง เป็นโบราณสถานเล็กๆริมถนนนิตโย ทางหลวงหมายเลข ๒๒ กิโลเมตรที่ ๑๖๑ (สกลนคร-อุดรธานี) สันนิษฐานว่าเป็นสะพานโบราณที่สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นเส้นทางสัญจรจากตัวเมืองสกลนครไปยังนอกเมือง เนื่องจากบริเวณนี้เดิมเป็นที่ลุ่มน้ำท่วมขัง สะพานที่เห็นในปัจจุบันก่อด้วยศิลาแลง ซึ่งสร้างขึ้นใหม่หลังจากของเดิมได้ถูกรื้อทิ้งเพื่อก่อสร้างถนน



-  ศูนย์วัฒนธรรมไทยโส้  ตั้งอยู่บริเวณที่ว่าการอำเภอกุสุมาลย์ ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ ๔๐ กิโลเมตร ตามทางหลวง หมายเลข ๒๒ (สกลนคร-นครพนม) ในศูนย์วัฒนธรรมฯ เป็นที่เก็บสิ่งของเครื่องใช้ของชาวไทยโส้  ซึ่งอพยพมาจากฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง มีแผ่นป้ายเขียนข้อความภาษาของชาวไทยโส้เปรียบเทียบกับภาษาไทยให้เห็นถึงความแตกต่างของตัวอักษรและสำเนียงการออกเสียง สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร. ๐ ๔๒๗๖ ๙๐๕๒

-   ชาวภูไท บ้านโนนหอม ตำบลโนนหอม ชาวภูไทที่บ้านโนนหอม อพยพมาจากฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขง เมื่อประมาณ ๑๐๐ กว่าปีแล้ว และยัง รักษาขนบธรรมเนียมประเพณีของชาว ภูไทไว้ นักท่องเที่ยวสามารถติดต่อการ แสดงจัดพาแลง (พาแลง หมายถึง การ ร่วมรับประทานอาหารเย็นกับชาวภูไท) และการฟ้อนรำของชาวภูไทล่วงหน้าที่ ศูนย์สาธิตการตลาดบ้านโนนหอม เลข ที่ ๕ หมู่ที่ ๒ ตำบลโนนหอม อำเภอ เมือง จังหวัดสกลนคร ๔๗๐๐๐  การเดิน ทาง อยู่ห่างจากตัวเมืองไปตามเส้นทาง สกลนคร- นาแก  (ทางหลวงหมายเลข ๒๒๓) ประมาณ ๑๓ กิโลเมตร มี ทางแยก ขวาอีกประมาณ ๒ กิโลเมตร
        จังหวัดสกลนครนั้นได้ชื่อว่า “เมือง  ๓  ธรรม” ได้แก่  และ กล่าวคือ  จังหวัดสกลนครมีบูรพาจารย์ ที่เป็นอริยสงฆ์  อาทิ  หลวงปู่มั่น  ภูริทัตโต  หลวงปู่ฝั้น  อาจาโร  ซึ่งได้รับความเลื่อมใส  และการสักการบูชามิเสื่อมคลาย  รวมทั้งการมีสถานที่สำคัญทางศาสนา  จึงมีพุทธศาสนิกชน  และประชาชนทั่วไปมาเที่ยวชมอย่างต่อเนื่อง  ดังนั้น  จึ่งได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งธรรมะ  และจากการที่มีภูมิประทศสวยงามอุดมสมบูรณ์ด้วยพืชพันธุ์ที่หลากหลาย  ของเทือกเขาภูพานอันอุดมสมบูรณ์ด้วยพันธุ์พืชที่หลากหลายของเทือกเขาภูพานอันเป็นที่ตั้งของอุทยานแห่งชาติ  ๓  แห่ง  นอกจากนั้น  ยังมี “หนองหาร”  อันเป็นแหล่งน้ำจืดที่กว้างใหญ่มาก  ขนาดพื้นที่ ๑๒๓ ตารางกิโลเมตร  มีเกาะต่างๆ กว่า ๒๐ เกาะ เหล่านี้จึงได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งธรรมชาติ  อีกประการหนึ่ง  ก็คือ  เป็นเมืองแหล่งชุมชนตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์   และเป็นเมืองเก่าแก่  มีชนเผ่าพื้นเมือง  จำนวน  ๖  เผ่า  ได้แก่  เผ่าภูไท  เผ่าญ้อ  ไทโส้  ไทกะเลิง  ไทโย้ย  ไทลาวอิสาน  คนไทยเชื้อสายจีน  คนไทยเชื้อสายเวียดนาม  ซึ่งแต่ละชนเผ่า  และแต่ละเชื้อชาติ  มีวัฒนธรรมที่โดดเด่น  สืบทอดและยึดมั่นในวัฒนธรรมประเพณีจากรุ่นสู่รุ่นตลอดมา  และอยู่ด้วยกันด้วยความรัก  สามัคคีเป็นน้ำหนึ่งน้ำใจเดียวกันมาจนทุกวันนี้  จึงเป็นที่มาของการเป็นเมืองแห่งวัฒนธรรม
        แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญอื่น ๆ
-  พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์  ตั้งอยู่กลางเทือกเขาภูพาน เป็นสถานที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ  และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ตลอดจนพระราชวงศ์ในคราวเสด็จแปรพระราชฐานเยี่ยมพสกนิกรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณสถานที่ตั้งเป็นป่าไม้ร่มรื่นมีไม้ดอกไม้ประดับตกแต่งไว้อย่างสวยงาม ในระหว่างที่ไม่ได้ประทับอยู่ที่พระตำหนักอนุญาตให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมได้ทุกวัน โดยทำหนังสือถึงสำนักเลขาธิการพระราชวัง พระบรมมหาราชวัง ถนนหน้าพระลาน กรุงเทพฯ ๑๐๒๐๐ และเมื่อได้รับหนังสือตอบรับแล้วจึงจะเดินทางไปชมได้  การเดินทาง ตามเส้นทางสายสกลนคร-กาฬสินธุ์ (ทางหลวงหมายเลข ๒๑๓) ห่างจากตัวเมืองสกลนคร ๑๓ กิโลเมตร


-  สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ อยู่ติดกับหนองหาร ตำบลธาตุเชิงชุม เป็นสวนสาธารณะที่สวยงาม มีเนื้อที่ประมาณ ๑๒๐ ไร่ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ได้เสด็จเป็นองค์ประธานพิธีเปิดเมื่อวันที่ ๙ พฤศจิกายน ๒๕๓๐  ลักษณะเป็นสวนล้อมรอบสระขนาดใหญ่  ชื่อสระพังทองเป็นสระโบราณ เชื่อกันว่าสร้างมาพร้อมกับการสร้างพระธาตุเชิงชุม ภายในบริเวณสวนประกอบด้วยสวนไม้ดอกไม้ประดับ สวนป่า สวนน้ำสวนหินสวนออกกำลังกาย และน้ำพุที่สูงราว ๖๙ เมตร ประชาชนทั่วไป สามารถเข้าไปใช้ประโยชน์เพื่อการศึกษา          หาความรู้ ด้านพฤกษศาสตร์ได้อีกด้วย สวนแห่งนี้เปิดตั้งแต่เวลา ๐๔.๐๐-๒๑.๐๐ น.



กิจกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดสกลนคร
        การเผยแพร่ความเป็น  “เมือง  ๓  ธรรม”  ให้เป็นที่รู้จัก  และจูงใจให้ผู้คนภายนอกมาท่องเที่ยวสกลนคร  ซึ่งนอกจากจะส่งผลต่อการสร้างเม็ดเงินเสริมรายได้ในพื้นที่ได้อย่างดีแล้ว  ยังเป็นการสร้างความตระหนักรู้  และความภาคภูมิใจในบ้านของตนแก่คนสกลนคร 


         จังหวัดสกลนครมีแนวโน้มการเติบโตด้านการท่องเที่ยวแบบขั้นบันได กล่าวคือ  นักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น  โดยในแต่ละปีมีจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นไม่มากนักและยังคงเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้นตามลำดับ  นักท่องเที่ยวเดินทางมาและพำนักตามสถานพักแรมมากช่วงที่มีการจัดกิจกรรม/งานประเพณีที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ  เช่น  งานแห่ปราสาทผึ้ง  งานนมัสการพระธาตุเชิงชุมและหลวงพ่อองค์แสน งานเทศกาลวันวิสาขบูชา  เป็นต้น  และเดินทางท่องเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดสกลนคร