เมือง 3 ธรรม

การเผยแพร่ความเป็น  เมือง  ๓  ธรรม  ให้เป็นที่รู้จัก  ดังนี้ 
           
..๑  เมืองแห่งธรรมะ 

   
-   พระธาตุ เชิงชุม  ตั้งอยู่ถนนเจริญเมืองในวัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร  เป็นเจดีย์ก่ออิฐถือปูน  ฐานรูปสี่เหลี่ยม สูงประมาณ ๒๔ เมตร ยอดฉัตรทองคำเหนือองค์พระธาตุเชิงชุมทำด้วยทองคำบริสุทธิ์                 มีน้ำหนัก ๒๔๗ บาท มี ซุ้มประตู ๔ ด้าน ข้างในทึบ สร้างครอบรอย          พระพุทธบาท ของพระพุทธเจ้าสี่พระองค์ ซึ่งหมายถึง พระกุสันทะ  พระโกนาคม  พระกัสสะปะ  และพระโคดม  หรือพระศรีอารียเมตตรัย (คือ สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ชาวพุทธศาสนิกชนเคารพสักการะบูชาอยู่ทุกวันนี้)  สร้างขึ้นเมื่อใดไม่ปรากฏหลักฐานแต่นับเป็นปูชนียสถานสำคัญคู่บ้านคู่เมืองสกลนครมาแต่โบราณ  ภายในวิหารใกล้พระธาตุเชิงชุม เป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อองค์แสนอันศักดิ์สิทธิ์เป็นที่เคารพนับถือ  และเป็นศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชนในจังหวัดสกลนคร  ทุกวันพระในตอนค่ำจะมีประชาชนไปบูชากราบไหว้พระธาตุ  และหลวงพ่อองค์แสนเป็นจำนวนมาก  งานประจำปีของพระธาตุเชิงชุมจะเริ่มตั้งแต่วันขึ้น  ๙  ค่ำถึงวันขึ้น  ๑๕  ค่ำเดือนยี่ () ของทุกปี (กำหนดตามจันทรคติ)


-  วัดป่าสุทธาวาส ตำบลธาตุเชิงชุม อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร          ในปัจจุบันกลายสภาพเป็นวัดป่ากลางเมือง เป็นสำนักเรียนสำคัญของพระภิกษุสงฆ์ในสกลนคร ปูชนิยสถานสำคัญภายในวัดนอกจากอุโบสถและพิพิธภัณฑ์หลวงปู่มั่นแล้ว ก็ยังมี "จันทสารเจติยานุสรณ์" เจดีย์พิพิธภัณฑ์หลวงปู่หลุย จนฺทสาโรอีกด้วย โดยได้จัดงานวันบูรพาจารย์จครบรอบวันถวายเพลิงศพหลวงปู่มั่น  ภูริทัตฺโต วันที่ ๒๙-๓๑ มกราคม ๒๕๕๔ ที่ผ่านมา


 -
  พิพิธภัณฑ์อาจารย์ฝั้น อาจาโร  ตั้งอยู่ที่วัดป่าอุดมสมพร  ตำบลพรรณานิคม  ลักษณะตัวพิพิธภัณฑ์เป็นรูปเจดีย์ฐานกลมกลีบบัวสามชั้น  ภายในมีรูปปั้นพระอาจารย์ฝั้นมีขนาดเท่ารูปจริง ในท่านั่งห้อยเท้าและถือไม้เท้าไว้ในมือ มีตู้กระจกบรรจุอัฐิ  และแสดงเครื่องอัฐบริขารที่ท่านใช้เมื่อยามมีชีวิตรวมทั้งประวัติความเป็นมาตั้งแต่เกิดจนมรณภาพพระอาจารย์  ฝั้นอาจาโร  กำเนิดในสกุลสุวรรณรงค์ เมื่อวันที่ ๒๐ สิงหาคม พ.. ๒๔๔๒ ที่ตำบล บ้านม่วงไข่ อำเภอพรรณานิคม  และได้บรรพชาเป็นสามเณรเมื่ออายุ ๑๙ ปี ณ วัดโพนทอง จนอายุครบ ๒๐ ปี จึงอุปสมบทในพุทธศาสนาฝ่ายมหานิกาย ต่อมาได้ถวายตัวเป็นลูกศิษย์ติดตามพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต การเดินทางตามทางหลวงหมายเลข ๒๒ (สกลนคร-อุดรธานี) และเลี้ยวขวาผ่านตัวอำเภอพรรณานิคม ไปประมาณ ๒ กิโลเมตร


-  วัดคำประมง  ตั้งอยู่ที่บ้านคำประมง  ตำบลสว่าง  อาคารต่างๆ สร้างตามแบบสถาปัตยกรรมสมัยใหม่  วัดนี้เป็นที่วิปัสสนาของพระครูสันติวรญาณ  (หลวงปู่สิม พุทธาโรพระเกจิอาจารย์ชื่อดังรูปหนึ่ง         ของไทย การเดินทางตามทางหลวงหมายเลข  ๒๒                           (สกลนคร- พรรณานิคม) ประมาณ ๓๗ กิโลเมตร และเลี้ยวขวาไปทางอำเภออากาศอำนวยอีกประมาณ ๑๐ กิโลเมตร



วัดถ้ำขามหรือภูขาม  ตั้งอยู่บนภูขาม ชาวบ้านมักเรียกว่า         ภูคำขาม อยู่ในเขตบ้านคำป่าเป็นเขาลูกหนึ่งบนเทือกเขาภูพาน

วัดถ้ำขามนี้เดิมเป็นที่ปฏิบัติธรรมของพระอาจารย์ฝั้น อาจาโร ท่านได้จำพรรษาอยู่ที่วัดนี้จนถึงประมาณ พ.. ๒๕๐๗ เมื่อท่านอาพาธจึงได้ไปจำพรรษาที่วัดป่าอุดมสมพร  นอกจากนี้ยังเป็นวัดหนึ่งที่เก็บอัฐิของพระอาจารย์เทศก์ เทศรังสี  ซึ่งมีผู้คนยังเดินทางมาสักการบูชาอยู่เป็นประจำ การเดินทางใช้เส้นทาง สกลนคร-อุดรธานี (ทางหลวงหมายเลข ๒๒) ประมาณ ๒๒ กิโลเมตร  มีทางแยกซ้ายเข้าทางเดียวกับพระธาตุภูเพ็กไปอีกประมาณ ๑๐ กิโลเมตร ก่อนที่จะตรงขึ้นไปพระธาตุภูเพ็กมีทางแยกขวาไปประมาณ ๓๐ กิโลเมตร



-  วัดถ้พวง ที่พักสงฆ์ถ้ำพวง เป็นที่ตั้งสังเวชนียสถาน ๔ ตำบล ประกอบด้วย สถานที่ประสูติ ตรัสรู้ แสดงธรรมเทศนาครั้งแรก และปรินิพาน และมีพิพิธภัณฑ์อาจารย์วัน  อุตตโม  สร้างเป็นรูปทรงจตุรมุข ๒ ชั้น ประดับด้วยหินอ่อนทั้งหลัง ชั้นล่างตกแต่งเป็นห้องแสดงภาพวาดเกี่ยวกับประวัติ ของพระอาจารย์ตั้งแต่เกิด ส่วนชั้นบน มีรูปปั้นของท่านในท่านั่งขัดสมาธิ  พร้อมเครื่องสักการบูชาที่ตกแต่งสวยงามและตู้กระจกแสดงเครื่องอัฐบริขารของท่านบริเวณใกล้เคียงกันมีถ้ำพวงซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระมุจรินทร์องค์ใหญ่  การเดินทางใช้ทางหลวงหมายเลข ๒๒ (สกลนคร- อุดรธานี) ระยะทางประมาณ ๘๔ กิโลเมตร  ถึงอำเภอ          สว่างแดนดินเลี้ยวซ้ายเข้าอำเภอส่องดาวไปถึงวงเวียนอนุสาวรีย์พระเวสสันดร  แล้วเลี้ยวขวาไปวัด            ถ้ำอภัยดำรงธรรมประมาณ    กิโลเมตร


-  พระธาตุศรีมงคล ตั้งอยู่ที่วัดพระธาตุศรีมงคล  ตำบลบ้านธาตุ ลักษณะเป็นเจดีย์ฐานสี่เหลี่ยมยอดแหลม  ตกแต่งด้วยศิลปกรรมยุคใหม่ ก่ออิฐถือปูนประดับด้วยลายปั้นดินเผา  บริเวณฐานเป็นพุทธประวัติของพระพุทธเจ้าสร้างด้วยดินเผาครอบพระธาตุองค์เดิม ซึ่งเป็นศิลาแลงที่ชำรุด นับเป็นพระธาตุคู่บ้านคู่เมืองของชาวอำเภอวาริชภูมิ  การคมนาคมสะดวก  รถยนต์สามารถเข้าถึงบริเวณวัด การเดินทางตามเส้นทางพังโคน-วาริชภูมิ  ห่างจากที่ว่าการอำเภอ      วาริชภูมิ ๒๐๐ เมตร

-  ถ้ำพระพุทธไสยาสน์ (ถ้ำพระทอง หรือภูผาทอง) ตั้งอยู่ ที่ตำบลค้อเขียวห่างจากที่ว่าการอำเภอวาริชภูมิประมาณ ๙ กิโลเมตร บริเวณถ้ำมีลักษณะการนำเพิงหินมาดัดแปลงก่อสร้างเพิ่มเติมเป็นศาลาการเปรียญ บริเวณใกล้ถ้ำมีหินธรรมชาติรูปร่างแปลกๆ มากมาย


ปราสาทพระธาตุนารายณ์เจงเวง ตั้งอยู่ภายในบริเวณวัดพระธาตุนารายณ์เจงเวง บ้านธาตุ ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ ๕ กิโลเมตร โดยใช้เส้นทางสายสกลนคร-อุดรธานี ทางหลวงหมายเลข ๒๒ ถึงบริเวณบ้านธาตุซึ่งอยู่ก่อนถึงสี่แยกถนนเลี่ยงเมืองเล็กน้อยแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าไปอีก ๔๐๐ เมตร เป็นพระธาตุประกอบด้วยปรางค์องค์เดียว สร้างด้วยหินทรายบนฐานศิลาแลงขนาดใหญ่ สลักลวดลายลงบนเนื้อหิน มีทับหลังจำหลักภาพพระกฤษณะฆ่าสิงห์ ในรูปแบบศิลปะเขมร สมัยบาปวน ลักษณะคล้ายกับปราสาทหินของขอมที่ปรากฏหลายแห่งภาคอีสาน ลวดลายสลักหินบนซุ้มประตู หน้าต่างยังมีลักษณะสมบูรณ์ปรากฏชัด ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นฝีมือของผู้หญิงสร้างทั้งหมด เพื่อแข่งขันกับผู้ชายที่สร้างพระธาตุภูเพ็ก รูปแบบและศิลปะกำหนดอายุราวพุทธศตวรรษที่ ๑๖-๑๗ งานประเพณีของพระธาตุเจงเวงจะเริ่มตั้งแต่วันขึ้น ๑๑ ค่ำ - ๑๕ ค่ำ             เดือน ๔ ของทุกปี
 -  พระธาตุภูเพ็ก ตั้งอยู่ที่ตำบลนาหัวบ่อ ผู้ที่จะไปนมัสการพระธาตุต้องเดินขึ้นบันไดประมาณ ๔๙๑ ขั้นจะถึงองค์พระธาตุซึ่งสร้างอยู่บนยอดเขาภูพาน องค์พระธาตุสร้างด้วยหินทรายบนฐานศิลาแลงมีผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสย่อมุมด้านหน้าเชื่อมต่อ กับมณฑปรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า  ชั้นที่ ๑ สูงประมาณ ๑.๕๘ เมตร ชั้นที่ ๒ สูงประมาณ ๐.๗๐ เมตร ตัวปราสาทสูง ๗.๖๗ เมตร ซึ่งยังสร้าง                  ไม่แล้วเสร็จ ไม่มีหลังคาและยอดปราสาท เพียงแต่ทำขื่อตั้งไว้เท่านั้น                พระธาตุภูเพ็กสร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ ๑๖ เพื่อเป็นศาสนสถานในศาสนาฮินดู ภายหลังดัดแปลงเป็นพุทธศาสนสถาน และมีการยกเรื่องประวัติศาสตร์การก่อสร้างไว้ในตำนานพระอุรังคธาตุหรือตำนานพระธาตุพนม ซึ่งกล่าวไว้ว่าพระธาตุภูเพ็กสร้างโดยกลุ่มผู้ชายเพื่อแข่งขันกับกลุ่มผู้หญิง ซึ่งสร้างพระธาตุนารายณ์เจงเวงเพื่อรอบรรจุพระอุรังคธาตุของพระพุทธเจ้า แต่กลุ่มผู้ชายได้ยุติการสร้างเมื่อเห็นดาวเพ็กบนท้องฟ้า ซึ่งเป็นกลลวงของกลุ่มผู้หญิงผู้สร้างพระธาตุนารายณ์เจงเวง ปราสาทหลังนี้จึงได้ชื่อว่าปราสาทพระธาตุภูเพ็ก ตามชื่อดาวเพ็ก’’
-  ปราสาทขอม  ตั้งอยู่ที่บ้านพันนา อยู่ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ ๗๐ กิโลเมตร ตามเส้นทางสกลนคร-อุดรธานี ลักษณะของปราสาทมียอดเดียวฐานสี่เหลี่ยมผืนผ้า สร้างด้วยศิลาแลง บริเวณใกล้กับตัวปราสาทมีสระน้ำรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ก่อด้วยศิลาแลงเป็นชั้นๆ มีน้ำขังตลอดปี เชื่อว่าสร้างสมัยเดียวกับปราสาท พระธาตุภูเพ็ก ปราสาทบางส่วนยังคงสภาพสมบูรณ์




                                        -  พระธาตุดุม อยู่ที่วัดพระธาตุดุม บ้านธาตุดุม ตำบลงิ้วดอน       ห่างจาก ตัวจังหวัดประมาณ ๕ กิโลเมตร (ถนน สาย รพช. ทางไปโรงเรียนพัฒนาศึกษา) ลักษณะเป็นปรางค์องค์เดียวสร้างด้วย ศิลาแลงสมัยเดียวกับพระธาตุนารายณ์เจงเวง แต่องค์ปราสาทเล็กกว่ามีเพียง ยอดเดียวไม่มีฐานรองรับ พบทับหลังทั้ง ๔ ด้าน ด้านทิศเหนือเป็นภาพนารายณ์บรรทมสินธุ์ นอกจากนี้ยังมีภาพเทวดาทรงพาหนะเหนือหน้ากาลประกอบด้วย สัตว์ต่างๆ เช่น ช้าง สิงห์ และลายใบไม้ม้วน อายุประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๖-๑๗ ศิลปะเขมรแบบบาปวนอายุประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๖-๑๗


     ๔..๒  เมืองแห่งธรรมชาติ 



-  หนองหาร เป็นทะเลสาบน้ำจืดที่มีชื่อเสียง และกว้างใหญ่มากแห่งหนึ่งของประเทศไทย มี เนื้อที่ประมาณ ๑๒๓ ตารางกิโลเมตร เป็นแหล่ง รับน้ำตกของลำห้วยต่าง ๆ หลายสาย และ ยังเป็นต้นน้ำของลำน้ำก่ำซึ่งไหลลงสู่แม่น้ำโขงที่ อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม อำนวยประโยชน์ ในด้านการเพาะปลูก การเลี้ยงสัตว์ การประมง ซึ่งเป็นอาชีพหลักของชาวบ้านในชุมชนรอบหนองหาร ระดับน้ำในหนองหารลึกประมาณ ๓-๘ เมตร ในบริเวณหนองหารมีเกาะต่าง ๆ กว่า ๒๐ เกาะ เช่น เกาะดอนสวรรค์ ซึ่งเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุด บนเกาะมีวัดร้างและพระพุทธรูปเก่าแก่ นอกจากนั้นตามเกาะต่าง ๆ เหล่านี้จะมีต้นไม้ใหญ่ขึ้นอยู่มากมายเป็นที่อยู่อาศัยของนกนานาชนิดบางเกาะได้สร้างศาลาพักร้อน เช่น เกาะแก้ว เกาะดอนสะคาม และเกาะ ดอนสะทุง ซึ่งในเวลากลางวันสาหร่ายที่อยู่ใต้พื้นน้ำเมื่อแดดส่องลงในน้ำจะเห็นสาหร่ายเป็นสีทอง



-  น้ำตกคำหอมและโค้งปิ้งงู (อุทยานแห่งชาติภูพาน) อยู่ห่างจากจังหวัดประมาณ ๑๔ กิโลเมตร น้ำตกคำหอมอยู่ใกล้กับน้ำตกตาดโตนและเขต พระราชฐาน บริเวณใกล้เคียงกันจะเป็นที่ตั้งของน้ำตกต่างๆ อีกหลายแห่ง เช่น น้ำตกเหวสินธุ์ชัย น้ำตกสามหลั่น น้ำตกสาวไห้ ผาหินซ้อน อยู่ท่ามกลางป่าไม้ที่ร่มเย็นและหน้าทางเข้าน้ำตกคำหอม บนถนนสายสกลนคร-กาฬสินธุ์ เป็นช่วงที่คดเคี้ยวไปมาเหมือนกับงูเลื้อยหรืองู ที่ถูกปิ้งที่มีไหล่ทางลดหลั่นลงมา มีหลักกิโลเมตรที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยตั้งอยู่ริมทางตกแต่งด้วยไม้ดอกไม้ประดับเป็นทัศนียภาพที่สวยงาม การคมนาคมเข้าแหล่งท่องเที่ยวเหล่านี้สะดวกและปลอดภัย สามารถเดินทางเข้าถึงตลอดทั้งปี สำหรับน้ำตกต่าง ๆ จะมีน้ำเฉพาะในฤดูฝนเท่านั้น
สะพานหินธรรมชาติ (อุทยานแห่งชาติภูพาน) มีลักษณะเป็นสะพานหินที่เชื่อมต่อระหว่างหินสองกลุ่มขนาดกว้างของสะพานประมาณ ๑.๕ เมตร ยาว ๘ เมตร ด้านใต้เป็นเวิ้งถ้ำกว้างใช้เป็นที่หลบแดดหลบฝนได้ นับเป็นความมหัศจรรย์ของธรรมชาติอย่างหนึ่ง นอกจากนี้ทางอุทยานฯ มีบริการบ้านพัก สอบถามรายละเอียดได้ที่อุทยานแห่งชาติภูพาน ตำบลห้วยยาง อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร ๔๗๐๐๐  โทร. ๔๒๗๐ - ๓๐๔๔  หรือสอบถาม ข้อมูลที่พักเพิ่มเติมได้ที่ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เขตบางเขน กรุงเทพฯ โทร. ๐ ๒๕๖๒ ๐๗๖๐ www.dnp.go.th
             


-  ภาพรอยสลักผาสามพันปีที่ภูผายล (อุทยานแห่งชาติภูผายล) ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่บ้านนาผาง ตำบลกกปลาซิว ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ ๓๘ กิโลเมตร ภูผายลเป็นที่ตั้งของสำนักสงฆ์ ในบริเวณนั้นมีภาพแกะสลักบนหน้าผาหินเป็นรูปภาพต่างๆ แสดงชีวิตความเป็นอยู่ ของคนไทยในชุมชนก่อนประวัติศาสตร์ที่ใช้ของแข็งขูดขีดลงบนหน้าผา เช่น ภาพสัตว์ คนไร่นา เป็นต้น  นอกจากนี้ยังมีธรรมชาติรอบข้างเป็นป่าเขาที่สวยงาม การเดินทางจากตัวอำเภอเต่างอยไปตามเส้นทางอำเภอเต่างอย-ศรีวิชา ๕ กิโลเมตร เข้าสู่บ้านม่วง-นาอ่าง และเดินทางต่อผ่านบ้านโพนบก-โพนแพง และบ้านนาผางตามลำดับ รวมระยะทาง ๓๕ กิโลเมตร ก่อนถึงภูผายลจากบ้านนาผางขึ้นไปจะเป็นถนนลาดยางจนถึงหน้าผาหิน และมีบันไดขึ้นสู่หน้าผายอดเขา ตามระยะทางสามารถแวะพักตามจุดชมวิว ซึ่งมีก้อนหินทรายตั้งวางเป็นระยะบางแห่งรูปคล้ายเพิงพัก หรือแท่นที่นั่งอ่างเก็บน้ำห้วยหวด อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ ๕๐๐ เมตร เกิดขึ้นจากการสร้างเขื่อนชลประทาน ตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว บริเวณพลับพลาฝั่งขวาของอ่างเก็บน้ำมีก้อนหินรูปร่างแปลก
น้ำตกคำน้ำสร้าง (อุทยานแห่งชาติภูผายล) เป็นน้ำตกที่สูงที่สุดของอุทยานฯ ถ้ายืนบนสันเขื่อนมองลงไปทางทิศใต้จะสามารถมองเห็นน้ำตกได้ น้ำตกมีความสูง ๒๕ เมตร ตัวน้ำตกอยู่ห่างจากที่ทำการ อุทยานฯ ๑.๘ กิโลเมตร  อุทยานแห่งชาติภูผายล อำเภอ เต่างอย จังหวัดสกลนคร ๔๗๒๖๐  โทร. ๐ ๔๒๙๘  ๑๐๕๗ หรือกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช โทร. ๐ ๒๕๖๒ ๐๗๖๐ หรือ www.dnp.go.th

-  หอส่องดาว (อุทยานแห่งชาติภูผาเหล็ก) ตั้งอยู่บนยอดภูผาเหล็ก  มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ ๗๐๐ เมตร สามารถมองเห็นทัศนียภาพได้รอบด้าน หอส่องดาวจึงเป็นที่สำหรับศึกษาดวงดาวในเวลากลางคืน สามารถชมปรากฏการณ์ฝนดาวตกได้ชัดเจน



-  ภูอ่างศอ อยู่ที่ตำบลคำบ่อ ห่างจากที่ว่าการอำเภอวาริชภูมิ                   ๑๘ กิโลเมตร เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบตั้งแค้มป์เป็นหมู่คณะ โดยเฉพาะในฤดูหนาวนั้นมีความงามไม่แพ้ภูกระดึง  อุทยานแห่งชาติภูผาเหล็ก อำเภอส่องดาว จังหวัดสกลนคร ๔๗๑๙๐ หรือกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช โทร. ๐ ๒๕๖๒ ๐๗๖๐ หรือ www.dnp.go.th



-  เขื่อนน้ำพุง ลักษณะเป็นเขื่อนหินทิ้งแห่งแรกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีความยาว ๑,๗๒๐ เมตร สูง ๔๐ เมตร ผลิตกระแสไฟฟ้าแจกจ่ายให้ประชาชนในเขตจังหวัดสกลนคร และนครพนม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงทำพิธีเปิดเขื่อนน้ำพุงเมื่อวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน พ.. ๒๕๐๘ บรรยากาศภายในเขื่อนเงียบสงบเย็นสบาย



เขื่อนน้ำอูน อยู่ในความดูแลของกรมชลประทาน เขื่อนแห่งนี้  เป็นเขื่อนดินสร้างขึ้นเพื่อกั้นลำน้ำอูน ซึ่งเป็นสายหนึ่งของแม่น้ำสงคราม ซึ่งมีต้นน้ำมาจากเทือกเขาภูพาน และเก็บกักน้ำไว้ใช้ในการชลประทาน บรรยากาศเหมาะสำหรับการพักผ่อน หย่อนใจ สภาพโดยทั่วไปเป็นอ่างเก็บน้ำกว้างใหญ่ รายล้อมด้วยเทือกเขาภูพานและป่าไม้ที่สวยงาม บริเวณใกล้กับสันเขื่อนเป็นน้ำตกขนาดเล็กที่ เกิดจากการระบายน้ำออกจากเขื่อน การเดินทางตามทางหลวงหมายเลข ๒๒ (สกลนคร-อุดรธานี) ก่อนถึงอำเภอพังโคน ๕ กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวง หมายเลข ๒๒๗ (พังโคน-วาริชภูมิ) เข้าไปประมาณ ๕ กิโลเมตร



  ๔..๓  เมืองแห่งวัฒนธรรม 

-  ศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดสกลนคร  อยู่ภายในมหาวิทยาลัย           ราชภัฏสกลนคร  ถนนนิตโย ตำบลธาตุนาแวง เป็นที่แสดงสิ่งของเครื่องใช้ของชนเผ่าต่าง ๆ พร้อมภาพประวัติและเอกสาร แสดงความเป็นมาทางศิลปวัฒนธรรม ติดต่อข้อมูลเพิ่มเติม  โทร.                 ๐ ๔๒๗๑ ๑๒๗๔ เปิดบริการตั้งแต่เวลา ๐๘.๓๐-๑๖.๓๐ น.



-  สะพานขอมหรือสะพานหิน อยู่ก่อนเข้าตัวเมือง เป็นโบราณสถานเล็กๆริมถนนนิตโย ทางหลวงหมายเลข ๒๒ กิโลเมตรที่ ๑๖๑ (สกลนคร-อุดรธานี) สันนิษฐานว่าเป็นสะพานโบราณที่สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นเส้นทางสัญจรจากตัวเมืองสกลนครไปยังนอกเมือง เนื่องจากบริเวณนี้เดิมเป็นที่ลุ่มน้ำท่วมขัง สะพานที่เห็นในปัจจุบันก่อด้วยศิลาแลง ซึ่งสร้างขึ้นใหม่หลังจากของเดิมได้ถูกรื้อทิ้งเพื่อก่อสร้างถนน



-  ศูนย์วัฒนธรรมไทยโส้  ตั้งอยู่บริเวณที่ว่าการอำเภอกุสุมาลย์ ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ ๔๐ กิโลเมตร ตามทางหลวง หมายเลข ๒๒ (สกลนคร-นครพนม) ในศูนย์วัฒนธรรมฯ เป็นที่เก็บสิ่งของเครื่องใช้ของชาวไทยโส้  ซึ่งอพยพมาจากฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง มีแผ่นป้ายเขียนข้อความภาษาของชาวไทยโส้เปรียบเทียบกับภาษาไทยให้เห็นถึงความแตกต่างของตัวอักษรและสำเนียงการออกเสียง สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร. ๐ ๔๒๗๖ ๙๐๕๒

-   ชาวภูไท บ้านโนนหอม ตำบลโนนหอม ชาวภูไทที่บ้านโนนหอม อพยพมาจากฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขง เมื่อประมาณ ๑๐๐ กว่าปีแล้ว และยัง รักษาขนบธรรมเนียมประเพณีของชาว ภูไทไว้ นักท่องเที่ยวสามารถติดต่อการ แสดงจัดพาแลง (พาแลง หมายถึง การ ร่วมรับประทานอาหารเย็นกับชาวภูไท) และการฟ้อนรำของชาวภูไทล่วงหน้าที่ ศูนย์สาธิตการตลาดบ้านโนนหอม เลข ที่ ๕ หมู่ที่ ๒ ตำบลโนนหอม อำเภอ เมือง จังหวัดสกลนคร ๔๗๐๐๐  การเดิน ทาง อยู่ห่างจากตัวเมืองไปตามเส้นทาง สกลนคร- นาแก  (ทางหลวงหมายเลข ๒๒๓) ประมาณ ๑๓ กิโลเมตร มี ทางแยก ขวาอีกประมาณ ๒ กิโลเมตร
        จังหวัดสกลนครนั้นได้ชื่อว่า เมือง  ๓  ธรรม ได้แก่  และ กล่าวคือ  จังหวัดสกลนครมีบูรพาจารย์ ที่เป็นอริยสงฆ์  อาทิ  หลวงปู่มั่น  ภูริทัตโต  หลวงปู่ฝั้น  อาจาโร  ซึ่งได้รับความเลื่อมใส  และการสักการบูชามิเสื่อมคลาย  รวมทั้งการมีสถานที่สำคัญทางศาสนา  จึงมีพุทธศาสนิกชน  และประชาชนทั่วไปมาเที่ยวชมอย่างต่อเนื่อง  ดังนั้น  จึ่งได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งธรรมะ  และจากการที่มีภูมิประทศสวยงามอุดมสมบูรณ์ด้วยพืชพันธุ์ที่หลากหลาย  ของเทือกเขาภูพานอันอุดมสมบูรณ์ด้วยพันธุ์พืชที่หลากหลายของเทือกเขาภูพานอันเป็นที่ตั้งของอุทยานแห่งชาติ  ๓  แห่ง  นอกจากนั้น  ยังมี “หนองหาร”  อันเป็นแหล่งน้ำจืดที่กว้างใหญ่มาก  ขนาดพื้นที่ ๑๒๓ ตารางกิโลเมตร  มีเกาะต่างๆ กว่า ๒๐ เกาะ เหล่านี้จึงได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งธรรมชาติ  อีกประการหนึ่ง  ก็คือ  เป็นเมืองแหล่งชุมชนตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์   และเป็นเมืองเก่าแก่  มีชนเผ่าพื้นเมือง  จำนวน  ๖  เผ่า  ได้แก่  เผ่าภูไท  เผ่าญ้อ  ไทโส้  ไทกะเลิง  ไทโย้ย  ไทลาวอิสาน  คนไทยเชื้อสายจีน  คนไทยเชื้อสายเวียดนาม  ซึ่งแต่ละชนเผ่า  และแต่ละเชื้อชาติ  มีวัฒนธรรมที่โดดเด่น  สืบทอดและยึดมั่นในวัฒนธรรมประเพณีจากรุ่นสู่รุ่นตลอดมา  และอยู่ด้วยกันด้วยความรัก  สามัคคีเป็นน้ำหนึ่งน้ำใจเดียวกันมาจนทุกวันนี้  จึงเป็นที่มาของการเป็นเมืองแห่งวัฒนธรรม
        แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญอื่น ๆ
พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์  ตั้งอยู่กลางเทือกเขาภูพาน เป็นสถานที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ  และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ตลอดจนพระราชวงศ์ในคราวเสด็จแปรพระราชฐานเยี่ยมพสกนิกรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณสถานที่ตั้งเป็นป่าไม้ร่มรื่นมีไม้ดอกไม้ประดับตกแต่งไว้อย่างสวยงาม ในระหว่างที่ไม่ได้ประทับอยู่ที่พระตำหนักอนุญาตให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมได้ทุกวัน โดยทำหนังสือถึงสำนักเลขาธิการพระราชวัง พระบรมมหาราชวัง ถนนหน้าพระลาน กรุงเทพฯ ๑๐๒๐๐ และเมื่อได้รับหนังสือตอบรับแล้วจึงจะเดินทางไปชมได้  การเดินทาง ตามเส้นทางสายสกลนคร-กาฬสินธุ์ (ทางหลวงหมายเลข ๒๑๓) ห่างจากตัวเมืองสกลนคร ๑๓ กิโลเมตร


-  สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ อยู่ติดกับหนองหาร ตำบลธาตุเชิงชุม เป็นสวนสาธารณะที่สวยงาม มีเนื้อที่ประมาณ ๑๒๐ ไร่ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ได้เสด็จเป็นองค์ประธานพิธีเปิดเมื่อวันที่ ๙ พฤศจิกายน ๒๕๓๐  ลักษณะเป็นสวนล้อมรอบสระขนาดใหญ่  ชื่อสระพังทองเป็นสระโบราณ เชื่อกันว่าสร้างมาพร้อมกับการสร้างพระธาตุเชิงชุม ภายในบริเวณสวนประกอบด้วยสวนไม้ดอกไม้ประดับ สวนป่า สวนน้ำสวนหินสวนออกกำลังกาย และน้ำพุที่สูงราว ๖๙ เมตร ประชาชนทั่วไป สามารถเข้าไปใช้ประโยชน์เพื่อการศึกษา          หาความรู้ ด้านพฤกษศาสตร์ได้อีกด้วย สวนแห่งนี้เปิดตั้งแต่เวลา ๐๔.๐๐-๒๑.๐๐ น.



กิจกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดสกลนคร
        การเผยแพร่ความเป็น  เมือง  ๓  ธรรม  ให้เป็นที่รู้จัก  และจูงใจให้ผู้คนภายนอกมาท่องเที่ยวสกลนคร  ซึ่งนอกจากจะส่งผลต่อการสร้างเม็ดเงินเสริมรายได้ในพื้นที่ได้อย่างดีแล้ว  ยังเป็นการสร้างความตระหนักรู้  และความภาคภูมิใจในบ้านของตนแก่คนสกลนคร 


         จังหวัดสกลนครมีแนวโน้มการเติบโตด้านการท่องเที่ยวแบบขั้นบันได กล่าวคือ  นักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น  โดยในแต่ละปีมีจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นไม่มากนักและยังคงเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้นตามลำดับ  นักท่องเที่ยวเดินทางมาและพำนักตามสถานพักแรมมากช่วงที่มีการจัดกิจกรรม/งานประเพณีที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ  เช่น  งานแห่ปราสาทผึ้ง  งานนมัสการพระธาตุเชิงชุมและหลวงพ่อองค์แสน งานเทศกาลวันวิสาขบูชา  เป็นต้น  และเดินทางท่องเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดสกลนคร